แล้ว ครั้นเพลา ๓ ยามเศษ เสด็จ ฯ ยกพลพยุหจากค่ายมั่นเมืองราชบุรีไปทางวัดอรัญญิก
ครั้นรุ่งขึ้นณวันพุธ เดือน ๓ แรม ๑๔ ค่ำ เพลา ๔ โมงเช้า เสด็จ ฯ ประทับร้อนณพระตำหนักค่ายพระเจ้าลูกเธอณศาลาโคกกะต่ายแล้วยกไปประทับแรมณตำหนักค่ายวัดเขาพระ
ครั้นรุ่งขึ้นณวันพฤหัสบดี เดือน ๔ ขึ้น ๑ ค่ำ เพลาเช้า เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรค่ายพะม่าบางแก้ว ถึงค่ายประชิดหม่อมเจ้ารามลักษณ์ จึ่งตรัสสั่งเจ้าพนักงานให้เร่งทำการปืนใหญ่ ปืนเกนหาม ให้แล้วในเพลาบ่าย ๓ โมง แล้วกำหนดให้บอกมา ฤกษ์ดีจเสด็จ ฯ ขึ้นไป
อนึ่ง เพลาบ่าย ๒ โมง กองหลวงบำเรอภักดิ์ หลวงราชเสนา พระยารามัญใหม่มีชื่อ ซึ่งมีตราให้หาอยู่ณเมืองราชบุรีขึ้นมาเฝ้า แล้วจึ่งตรัสสั่งให้ไปตั้งค่ายอยู่รักษาสระน้ำเขาเชิงงุ้มไว้ อย่าให้พะม่า ชิงเอาได้ เห็นว่าพะม่าขัดสนน้ำ ครั้นเพลาบ่าย ๓ โมงฤกษ์ดีแล้ว สั่งให้ยิงปืนใหญ่เถิด ยังไม่เสด็จ ฯ ก่อน ครั้นเพลาบ่าย ๔ โมงเศษ ขุนปลัดเมืองราชบุรีบอกมาให้กราบบังคมทูล ฯ เป็นใจความว่า พะม่ายกมาณประตูสามบานด่านเจ้าขว้าว คนประมาณ ๒๐๐๐ ม้าประมาณ ๕-๖ จับชาวด่านไปได้ ๒ คน จะยกไปหรือจะตั้งอยู่เป็นประการใด รู้เนื้อความแล้วจึ่งจะบอกมาให้แจ้งต่อครั้งหลัง ครั้นทรงฟังหนังสือบอกแล้วจึ่งสั่งให้พระเจ้าลูกเธอ, พระยาราชาเศรษฐี ยกลงไปรักษาค่ายเมืองราชบุรีไว้ให้มั่นคง อย่าให้เป็นเหตุการณ์ได้ แล้วให้รื้อเอา ค่ายเปล่าลงไปตั้งไว้ริมน้ำให้สิ้น ให้ปักขวากจงหนักหนา