หัวลีพุ้นที่เมืองหนึ่งชื่อว่าถ้ำมหาเถรเจ้าป่าสมัน เขาจึงมาเหล่าต่อพระ ๆ จึงไปอุ้มเอาออกมาจากแพอันไหลเสียนั้นเมือดอมตนหั้นแล นับแต่เจ้าใหญ่มาได้ ๓ ปี ไหลเสียได้ปีหนึ่ง จึงมาฮอดท่าพระสมันพระเลี้ยงไว้ ๓ ปี พระยานครหลวงจึงเอาเมือเลี้ยงได้ ๗ ปี ทั้งมวลเป็น ๑๔ ปี พระยานครหลวงจิงให้ลูกสาวได้ ๒ ปี พระยานครจิงเอาหมอหูฮาทั้งมวลมาดูชาตาแลนักขัตตฤกษ์เมืองลานช้าง หมอจิงทวยว่าพ่อเจ้านี้แม่เจ้านี้ตายแล้ว เขาจึงเอาอาว์เจ้าเป็นเจ้าแผ่นดินที่เชียงดงเชียงทองแทนแล พระยานครหลวงจิงว่าเฮาจักแต่งรี้พลค่ำคงเมืองปูกยังจักได้เป็นเจ้าแผ่นดินที่เชียงดงเชียงทองบ่จา หมอทั้งหลายจิงว่าอย่าว่าได้แต่เชียงดงเชียงทองเทอญ ยังจักได้เมืองโยทธิยาทั้งเมืองพิงเชียงใหม่ ทั้งเมืองลื้อเมืองเขิน ทั้งเมืองจุลนีแต่ฟากน้ำแม่แท้มาพี่ต่อเท่าเมืองมีฮ่านก้วนมีเสาหินสุ่มเสาน้ำเต้าแก้วพุ้นดีหลี หมอหูฮาพระยาเมืองนครหลวงว่าดังนี้ หากท่อว่าเจ้านี้บ่ได้ตายในเชียงดงเชียงทอง จักได้ตายในเมืองอันหนึ่งเบื้องตะวันตก ด้วยวุฒิสวัสดีแล หมอทั้งหลายว่าดังนั้น แต่อยู่ปีหนึ่งพระยานครหลวงจิงแต่งช้างม้ารี้พลให้ จึงราชาภิเษกใส่ชื่อว่าพระยาฟ้าหล้าธรณีหั้นแล จิงมาแต่งหมอผู้จักผาบเสิก ๔ คน จิงแต่งเครื่องผาบเสิกม่นทั้งมวล ให้ฆ้องไชย ๔ หน่วย แส่งไชย ๔ หน่วย จองวองไชย ๔ หน่วย หอกไชย ๔ ดวง ขวนไชย ๔ ดวง แพนไชย ๔ ดวง คนอันรักษาเครื่องไชย ๔๐๐ จิงให้หมอทั้งหลายหามื้อดียามดี แล้วก็ลงจากเมืองนครหลวงไปหั้นแล กับทั้งลูกตนผู้ชื่อว่านางแก้วกัญญาก็ให้ไปดอมหั้นแล ลงมาฮอดเมือง
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/108
หน้าตา