ที่เชียงคานนั้น ขุนศรีราชโกษาจิงคืนเมือคอบพระยาศรีโยทธิยา ปีลุนนั้นพระยาศรีโยทธิยาจิงแต่งเครื่องราชาภิเษก ให้ขุนอินทร์ ขุนพรหม ขุนศรีราชโกษาเอาเคื่องทั้งมวลขึ้นมาพร้อมกับมหาสามีเจ้าทั้งสอง และชื่อเมืองเจ้าทั้งหลายจิงอุสาภิเษกเจ้าตนหล้า ให้เป็นเจ้าแผ่นดิน เจ้าวิชุลกุมารให้เป็นแสนเมืองหั้นแล เมืองโยทธิยา เมืองลานช้างก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่นั้นมาพระยาเจ้าตนหล้าจิงมีปฏิญาณว่าเมื่อใดพี่เฮาเจ้าโยทธิยา ยังใค่ได้ใค่เอาไปที่แดนเมืองหั้นก้ำพุ้นมาให้เซาที่ชงาปีและห้วยประหวัดหั้นก่อน ก้ำนี้ไปจักให้เซาที่หนองบัวหั้นก่อนแม่นจักเป็นคำบ้านคำเมืองก็ดี แม่นจักเป็นคำซื้อคำขายก็ดี จิงให้มาต้านมาจากันที่แดนเมืองหั้น จิงใส่ชื่อว่านาสองฮักเพื่อสิ่งนั้นแล พระยาหล้าแสนไกเจ้า เป็นเจ้าแผ่นดิน ศักราชได้ ๘๕๓ ตัวปีฮวงเป้าเดือนห้าขึ้นสิบสามค่ำวันจันทร์ยามกองงาย แลเจ้าเสวยราชย์ได้ปีหนึ่งมหาสามีเจ้าตนพี่ ตนน้องก็ตายไปหั้นแล เจ้าแผ่นดินก็เลิกซากส่ง ซกานแล้วจิงราธนามหาเถรเจ้าคัมภิร เป็นมหาสามีเจ้าตนพี่อยู่วัดแก้ว เล่ายอมหาเถรเจ้าสัทธรรมวัง ให้อยู่เป็นเจ้าวัดปาสมัน เล่ายอมหาเถรเจ้าเทพหลวงเป็นธรรมเสนาให้อยู่วัดมโนรม พระเจ้าตนหล้าให้อาชญาแก่พระเจ้าพี่น้องทั้งสาม เป็นอันสิทธิ์อันคม คั้นว่าผิด ตนก็ดีผิดอาชญาท้าวพระยาฝูงอื่นก็ดี เป็นโจรจูดเล่าเผาบ้านก็ดี ฆ่าเจ้าเอาของก็ดี หลิ่นกับเมียท่านแลลักราชสมบัติก็ดี โทษทั้งมวลฝูง นี้คั้นเขาได้เข้าเขตต์พระเจ้าพี่น้องตนใดตนหนึ่งก็ดี ก็บ่ให้ผูกให้ฆ่าให้เสียชีวิตแล ท่อให้บอกให้สอนเขาเมือหาเวียกหาการดังเก่า สัตว์ทั้ง
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/144
หน้าตา