แล้ว แลบาก็นบนอบไหว้พระแม่มารดา ขอกูณาโผดผายตัวข้าข้าจักไปหล่ำเยี่ยมหนโลกโลกา อย่าให้มีโภยภัยเบียดตนตัวข้า ค่อมไหว้แล้วพระแม่มารดา บาก็วอย ๆ มาฮอดเมืองพายพี่ มาเถิงห้องทรายทองหลิงหล่ำ เจ้าผ่อเยี่ยมไปแท้ซูพาย ก็จิงเอามือบายน้าวศรทรณ์ยิงผ่า เป็นดั่งฟ้าผ่าไม้หักหมุ่นเป็นกระจวน คนทั้งหลายอันอยู่ในชุมพูทีปทั้งมวล ก็ตื่นสะดุ้งตกใจกัวมากนักก็มีแล ปืนก็กับคืนมาสู่แหล่งดั่งเก่าหั้นแล ท้าวก็ลงมาสู่พื้นปถวีถานต่ำ มือฮวยน้าวสายธนูแล้วยิงไปดั่งฟ้าผ่า ๗ ทีนั้นแล ปืนก็กลับคืนมาแหลงดั่งเก่าก็มีแล แล้วกายเกิดขึ้นมาแท้บ่นาน ปาสาทํ ยังผาสาท ๗ หลังพร้อมทั้งหอหลิงหอเลยทั้งมวล ก็ประดับไปด้วยแก้วช่อฟ้าแลดวงปี เปนดั่งวิมานเทวดาเทวบุตร อันเกิดในชั้นฟ้าตาวตึงสาก็มีแล ปาการํ อันว่าปราการเวียง ๓ ชั้นก็แวดล้อมทุกก้ำทุกพาย หอหลิงหอเลยพร้อมบรบวร ก็ควรอัศจรรย์มากนักแล อันว่าเสนาทั้ง ๔ ก็เกิดมาไหว้คมรพอยู่ก็มีแล อันว่าเสนาอำมาตย์ทั้งหลายอันได้ ๓ แสน ๖ หมื่นก็เกิดมามากนัก อันว่านางนักสนมทั้งหลายก็ได้ สามพันหกหมื่นก็มาแวดล้อมอยู่ทุกวันทุกยามก็มีแล เจ้าเสด็จขึ้นสู่หอผาสาทแล้ว ก็นั่งอยู่เหนือแท่นแก้วอันประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ ดูฮุ่งเฮืองงามเป็นดั่งวิมานแห่งเทวบุตรนั้นก็มีแล อถ ในกาลยามนั้นสวนดั่งรี้พลพหลโยธาทั้งหลายก็ได้เป็นแสนโกฏิก็บังเกิดมา ก็ด้วยเดชานุภาพบุญสมภารก็มีแล อันว่าช้างม้าก็เกิดมาได้ด้วยล้านด้วยแสน ก็เข้ามาสู่สมภารมหาสัตว์เจ้าตนบุญมาก สวัณณํรัชชตํ อันว่าเงินคำ
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/175
หน้าตา