ส่วยตั้งเรียงรายอยู่ที่เมืองเก่าริมฝั่งโขงและตามเชิงเขาหนองสระ ว่ายังมีกษัตริย์พระองค์หนึ่งนามมิได้ปรากฏ ยกพลเขมรแขกจามขึ้นไปสร้างพระนคร ที่เมืองพระเจ้ากำมะทาสร้างอยู่นั้น ครั้นสร้างเมืองสำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงขนานนามเมืองใหม่ชื่อว่านครกาลจำปากนาคบุรีศรี พระเจ้านครกาลจำปากนาคบุรีศรีกับพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดีเป็นทางพระราชไมตรีซึ่งกันและกัน ครั้นอยู่มาพระเจ้านครกาลจำปากนาคบุรีมีพระราชโอรสองค์หนึ่งซึ่งพอเจริญวัยวัฒนาการ พระเจ้านครกาลจำปากนาคบุรีศรีก็ถึงแก่พิราลัย เจ้าพระยาเสนาพฤฒามาตย์ผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกัน จึงอัญเชิญพระราชโอรสพระเจ้านครกาลจำปากนาคบุรีศรีขึ้นครองราชสมบัติ ถวายพระนามว่าพระเจ้าสุทัศสาราชา ๆ ก็ปกป้องท้าวพระยาประชาราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขหาอันตรายมิได้ พระ-เจ้าสุทัศสาราชากับพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดี ก็เป็นทางพระราชไมตรีต่อกันมาเหมือนอย่างแต่ก่อน ครั้นอยู่มาพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดีมีพระราชสาส์นมายังพระเจ้าสุทัศสาราชาว่า มีอริราชไพรียกมากระทำย่ำยีแก่กรุงกำพุชาธิบดีขอให้พระเจ้าสุทัศสาราชาเห็นแก่ทางพระราชไมตรี เกณฑ์กำลังไปช่วยปราบปรามอริราชดัษกร พระเจ้าสุทัศสาราชได้ทราบในพระราชสาสน์แล้ว จึงสั่งให้ท้าวพระยาเกณฑ์ไพร่พลล่ำฉกรรจ์พร้อมไปด้วยช้างม้าเครื่องสรรพศาสตราวุธ ครั้นได้วันมหาพิชัยฤกษ์ พระเจ้าสุทัศสาราชาท้าวพระยานายทัพนายกองยกไพร่พลไปถึงกรุงกำ-พุชาธิบดี ก็ยกกองทัพเข้าตีข้าศึกซึ่งมาตั้งรบพุ่งกำพุชาธิบดีแตกพ่ายหนีไป แล้วพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดี ก็อัญเชิญพระเจ้าสุทัศสาราชา
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/18
หน้าตา