เทอญ ให้สูนำบรรณาการไปส่วยไฮกูแท้ กูนี้ฤๅชาแท้เสวยราชย์เสียงแสน กูก็บ่มีกัวแท้เมืองใดสักหยาด ให้นำช้างม้าเงินคำนั้นส่วยกูว่าเนอ คันว่าบ่นำมาแท้บรรณาการส่งส่วยกูนั้น กูจักฟันมอดเมี้ยนตายแท้บ่หลอ สูจงคืนคอบเจ้าพระยาใหญ่สามขา จงให้เดาดารี้พลกับต่าวคืนเมือบ้าน อันบิดาไท้ภรรยาลูกรักสูนั้น เขาอยู่บ้านคอง ถ้าจ่มหาแลนา อถ ในกาลเมื่อนั้น พระยาเชียงแสนกล่าวดังนั้น บั้นคนใช้พระยาสามขาก็ลาลงหนีจากบาบุญกว้าง เขาก็เมือฮอดเท่าทัพฮาวคาวจอดแล้ว ก็ก้มขาบไหว้พระยาเจ้าแห่งเขา พระยามีใจโกธเคียดมากนัก เป็นดั่งงูอิสรพิษ อันท่านหากไม้มาตีวงหางนั้นแล กล่าวว่าเฮาจักไปรบเอาเมืองเชียงแสนให้ได้เทอญ ว่าดั่งนั้น อถ ตทาในกาลเมื่อคนใช้หนีจากเมืองแล้วดั่งนั้น พระยาเชียงแสนก็สั่งเสนาอำมาตย์ ให้ฮักษาบ้านเมืองแห่งเฮาก่อนเทอญ เฮาจักเมือขออัญเชิญพระยาบิตามาแข็งบ้านเมืองก่อนแล ค้อมสั่งเสนาอำมาตย์แล้วดังนั้นก็บายเอาธนูกับดาบสีคันไชแล้ว เจ้าก็เสด็จมาด้วยลวงอากาศมาเถิงเมืองทรายฟองอันเป็นเมืองพ่อดั่งนั้น เจ้าก็ลงมาจากอากาศแล้ว ก็ขึ้นเมือสู่ผาสาทพระยาพ่อแลแม่แห่งตนแล้ว ก็ไหว้ว่าข้าแด่พระบิดาธิราชเจ้า ข้าผู้ลูกก็ได้เมืองใหญ่เชียงแสนที่พุ้น ก็ด้วยสมภารพ่อเป็นเจ้าก็ข้าแล ยังมีพระยาตน ๑ เป็นใหญ่กว่าท้าวพระยาทั้งหลาย เรียกชื่อว่าพระยาสามขา ก็ได้เสวยเมืองอัน ๑ ชื่อว่าเมืองลื้อนคร ก็เต้าเอารีพลพหลโยธามาประมาณว่าได้ ๑๒ โกฏิ มาตั้งทัพฮาวคาวจอดอยู่ในนาหลวงทุ่งใหญ่ที่พุ้น เขาก็ใช้ข่าวสาส์นมาเถิง
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/181
หน้าตา