ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/182

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๖๖

ข้าผู้เป็นลูกว่า ให้นำดอกไม้เงินคำช้างม้าวัวควาย เมือส่วยไฮทุกปี ๆ ว่าดั่งนั้น ข้าผู้เป็นลูกก็มีข่าวสาส์นเมือตอบว่าให้ท่านพระยาใหญ่สามขาให้สูนำบรรณาการส่วยไฮเฮาพี่ กูบ่อมีกัวเกงย่านฝูงพระยาเมืองอื่นที่ใดนั้น ให้สูนำช้างม้าเงินคำนั้นส่วยกู ข้าผู้ลูกก็มีข่าวสาส์นไปตอบดั่งนั้น บัดนี้ขอพ่อเป็นเจ้าเมือดอมข้าอย่าไลแด่ท่อน พระยาเชียงแสนตนลูกก็เล่ากิริยาอาการดั่งนั้น ที่นั้นพระยาใหญ่ตนเป็นเจ้าเมืองทราย-ฟอง คันว่าเจ้าได้ยินพระยาตนลูกเล่าเหตุแก่ตนดั่งนั้น เจ้าก็บ่อกัวสักหน่อย เจ้าก็มักใค่เมือกับด้วยลูกว่า ดูราเจ้าลูกฮักแก่พ่อเฮย เจ้าอย่ากัวเกงสังก็พ่อเทอญ แม้ว่ามันจักล้นเหลือดินก็ตามส่างเขาท่อน แม้นว่าเขาจักบินบนขึ้นเวหาอากาศก็ส่างเขาพ่อท่อน แม่นว่าเขาจักฮวยมนต์กล้าเป็นคนเหลือแผ่นก็ตาม แม้นว่าเขาจักดำสอดพื้นมาแท้ก็บ่อกัว เขาจักมนต์เป่าให้เป็นไฟเผาแผ่นก็ตาม เขาจักมนต์เป่าให้เป็นน้ำท่วมนองก็ดี ก็บ่อกัวอาคมเขาท่อไยยองน้อย พระยาใหญ่ทรายฟอง จาด้วยลูกแห่งตนดั่งนั้น พระอาทิตย์ก็ตกต่ำค่ำไปแล้ว พระยาทั้ง ๒ พ่อลูกก็นอนอยู่เหนืออาสนาอันดีแล้ว วิภาตายรัตติยาในคืนวันนั้นฮ่ง สายสุริยะก็พุ่งขึ้นมา พระยาทั้งสองพ่อลูกก็ลุกจากอาสนาแล้ว ก็สงน้ำชำระเนื้อตนบรบวร ก็เสวยข้าวน้ำโภชนอาหารเหนือไตคำ อันนายพ่อครัวหากตกแต่งมาถวายหั้นแล คันว่าเสวยข้าวแล้ว ๒ กษัตริย์ก็ตกแต่งเดาดา ถือเอาธนูแลตะบองเพ็ชรแล้วก็สั่งอำมาตย์ว่า ดูราเสนาทั้งหลายเฮย เฮาพระองค์ก็จักไปกับด้วยลูกเฮาเจ้าพระยาเชียงแสนก่อนแล ท่านทั้งหลายจงฮักษาบ้านเมือง