ทราบข่าวว่าเจ้าโพครองเมืองพวนจึงมีหนังสือไปถามว่า เจ้าโพจะยอมส่งเครื่องบรรณาการแก่หลวงพระบางตามเคยเหมือนอย่างบิดาเจ้าโพได้ส่งแต่ก่อนหรือไม่ ถ้าไม่ส่งแล้วจะยกกองทัพไปรบ, เจ้าโพจึงมีคำตอบไปว่า จะยอมส่งเครื่องบรรณาการแก่หลวงพระบาง เจ้าเมืองหลวงพระบางจึงมีคำสั่งลงมายังกรุงเทพ ฯ ด้วยเรื่องเจ้าโพนั้น พระเจ้าแผ่นดินไทยจึงทรงพระอนุมัติออกไปให้เจ้าโพครองเมืองพวนต่อไป และในเวลาขณะนั้น เจ้าเมืองญวนได้ยกมาเบียดเบียฬเมืองพวนอยู่เนือง ๆ เจ้าโพจึงได้สู้ยอมเสียส่วยให้ญวนอีกทุก ๆ ปี เพราะจะไม่ให้ญวนมาข่มเหงเบียดเบียฬต่อไป ครั้นอยู่มาเจ้าโพล่วงไป เจ้าอุงผู้เป็นน้องได้ว่าการแทน ในขณะนั้นพวกฮ่อได้มาย่ำยีชิงเอาหัวเมืองขึ้นซึ่งอยู่ปลายแดนข้างเหนือเมืองพวน คือเมืองลาใหญ่, เมืองลาน้อย, เมืองห้อ, เมืองคีว, เมืองลา, เมืองมัว, เมืองทัก, เมืองทาอวย, เมืองเมือก เมืองดอย, เมืองพวน ชาวเมืองเหล่านั้นเรียกว่ามอยแลภูไทย (แปลว่าไทย) แต่ว่าอยู่ในการปกครองแห่งญวน แลชื่อเหล่านั้นก็ได้เรียกตามคุณประโยชน์ของเมืองนั้น ๆ แล้วพวกฮ่อได้ยกมาตีเอาเมืองกัน, เมืองโสบัด, เมืองคำเหนือ, เมืองฮ่อ, เมืองคำใหญ่, เมืองลาน, เมืองออ, ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของเวียงจันทน์, แล้วพวกฮ้อได้ยกไปตีเอาเมืองเชียงคำ ครั้นเจ้าเมืองญวนรู้ความว่าพวกฮ่อมาย่ำยีเบียดเบียฬเมืองขึ้น จึ่งได้จัดกองทัพยกไปรบฮ่อที่ตำบลบ้านขัวแขวงเมืองเชียงคำ แตกพวกฮ่อ, แล้วแม่ทัพญวนจึ่งได้มีหนังสือไปถึงเจ้าอุง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองพวนให้ยกมาช่วย แล้วเจ้าอุง เสียทีฮ่อ ตายที่บ้านบัว ทัพญวนก็แตก
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/189
หน้าตา