ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/19

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

เข้าพักอยู่ในพระนคร แล้วพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดีก็จัดสิ่งของอันมีค่าให้พระเจ้าสุทัศสาราชา และพระราชทานเสื้อผ้าแก่ท้าวพระยานายทัพนายกองเมืองนครกาลจำปากนาคบุรีศรีตามลำดับผู้ใหญ่ผู้น้อย แล้วพระเจ้าสุทัศสาราชา ก็ลาพระเจ้ากรุงกำพุชาธิบดียกไพร่พลกลับมายังเมืองนครกาลจำปากนาคบุรีศรี

ลุจุลศักราช ๙๘๙ ปีเถาะนพศก พระเจ้าสุทัศสาราชาก็ถึงแก่พิราลัย พระเจ้าสุทัศสาราชาหามีโอรสนัดดาที่จะสืบวงศ์ตระกูลต่อไปไม่ ก็ว่างกษัตริย์ที่จะครอบครองเมืองนครกาลจำปากนาคบุรีศรี

จนถึงศักราชได้ ๑๐๐๐ ปีขานสัมฤทธิศก ยังมีบุรุษผู้หนึ่งเป็นคนตั้งอยู่ในยุตติธรรมซื่อตรง สมณชีพราหมณ์ประชาราษฎรก็เป็นที่นับถือเคารพยำเกรง จะว่ากล่าวกิจสุขทุกข์สิ่งใดก็เด็ดขาด จึงพร้อมกันสมมุติขึ้นให้เป็นใหญ่แก่คนทั้งปวง แต่นามหาได้ปรากฏไม่ แต่นั้นมาจะบัญชาการก็เด็ดขาดในราชอาณาเขตต์นครกาลจำปากนาค บุรีศรี ผู้ครองเมืองนั้นมีบุตรีคนหนึ่ง มีนามว่านางเภา ๆ เจริญขึ้นมา บิดาก็ถึงแก่อสัญญกรรมไป พระยาคำยาตรพระยาสองฮาดเสนาของบิดานางเภา พร้อมด้วยท้าวเพี้ยใหญ่น้อยรักษาบ้านเมือง

ต่อมาในศักราชได้ ๑๐๐๓ ปีมะเส็งตรีศก เจ้าปางคำบ้านหนองบัวลำภู เดินช้างพลายพังหมอควานพร้อมด้วยท้าวเพี้ยไพร่พลยกลงมาเที่ยวโพนแซกคล้องช้างตามอรัญราวป่าประเทศ ก็ถึงเขตต์แดนนครกาลจำปากนาคบุรีศรีหยุดพักอาศัยในนครได้หลายวัน เจ้าปางคำเห็นนางเภามีสิริรูปอันงาม เจ้าปางคำพูดจาลอบรักร่วมสังวาสด้วย