ยังมีหญิงเขมรแก่คนหนึ่งชื่อเป็น ลงไปอาบน้ำในลำน้ำใหญ่ ยายเป็นเห็นพระบรมธาตุเลื่อนไหลมาบนหลังน้ำ มีพระรัศมีมีโอภาสเป็นอันงาม ยายเป็นเห็นประหลาด จึงเอาขันน้ำเข้ารับรองขึ้นไปถวายแก่พระครูโพนเสม็ด ๆ เห็นว่าเป็นพระบรมธาตุแน่แล้วก็บิณฑบาตรกับยายเป็น แล้วพระครูโพนเสม็ดก็อัญเชิญพระบรมสาริกธาตุเข้าบรรจุไว้ในพระ เจดีย์ แล้วพระครูโพนเสม็ดเห็นว่าภูเขานั้นภาษาเขมรเรียกว่าพนมแล้วเอานามยายเป็นที่ได้พระบรมสาริกธาตุมาประกอบกันเข้า พระครูโพนเสม็ดจึงให้ชื่อว่าพระเจดีย์พนมเป็น ครั้นภายหลังมาเจ้ากรุงกำพุชาธิบดียกเมืองจากเมืองประทายเพ็ชรลงไปสร้างเมืองขึ้นที่ตำบล นั้นเป็นเมืองหลวง จึงเรียกนามเมืองว่าพนมเป็นมาจนทุกวันนี้ และเมื่อพระครูโพนเสม็ดสร้างพระเจดีย์แล้ว จึงหล่อพระพุทธปฏิมากรองค์หนึ่งได้ตั้งแต่พระเศียรลงมาถึงพระกร เบื้องขวายังหาทันสำเร็จไม่เจ้ากรุงกำพุชาธิบดีแจ้งว่าพระครูโพนเสม็ดพาครอบครัวญาติโยมลาว เข้ามาอยู่ในเขตต์แดน จึงแต่งให้พระยาพระเขมรไปตรวจบัญชีครอบครัว พระยาพระเขมรจะเรียกเอาเงินครัวละ ๘ บาท พระครูโพนเสม็ดเห็นว่าญาติโยมจะได้ความยากแค้น จึงพาญาติโยมครอบครัวหนีขึ้นไปตามลำน้ำโขง ถึงสถานบ้านแห่งหนึ่งที่เรียกว่าเมืองสมบูรณ์บัดนี้
พระครูโพนเสม็ดจึงได้พาญาติโยมครอบครัวตั้งพักอาศัยอยู่ใน ที่นั้น แล้วพระครูโพนเสม็ดจึงชักชวนญาติโยมศิษย์สานุศิษย์สร้างพระวิหารไว้หลังหนึ่งในที่ตำบลนั้น ครั้นเจ้ากรุงกำพุชาธิบดีได้แจ้งว่า