ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/242

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๒๒๖

ราชวงศากิ่งเจ้าเมืองก็แต่งให้ท้าวเพี้ย กรมการคุมสิ่งของออกไปแจกจ่ายให้พวกข่าไพร่ และขอเก็บเงินทองของส่วยแก่บันดาข่าไพร่ ๆ ก็เอาคนข่ามาตีแทนส่วยให้แก่ท้าวเพี้ยกรมการผู้เก็บส่วย ๆ ก็มิอาจรับเอาคนข่าตีแทนส่วย แต่ข่ามาได้ไม่เกรงความผิด ฝ่ายข่าไพร่ร้องว่าถ้าไม่รับเอาคนข่าไปแทนส่วย บรรดาข่าไพร่ก็มิรู้ที่จะเอาสิ่งใดเสียแทนส่วยไม่ ๆ ยอมให้ส่วยของหลวง ข่าไพร่ข่าขัดได้ทราบความชัดว่าทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ห้ามมิให้คนไทยคนลาวไปตีข่าจับข่ามาซื้อขาย พวกข่าไพร่และข่าขัดก็พากันมีใจกำเริบเสิบสานขึ้น ท้าวเพี้ยกรมการราษฎรจะไปมากิจราชการหรือค้าขายในตำบลบ้านไพร่และข่าขัด ข่าไพร่และข่าขัดมักจะตีปล้นจับกุมเอาท้าวเพี้ยราษฎร ข้าขอบขันธเสมาไปเที่ยวเร่ขายในเขตต์แดนนา ๆ ประเทศชุกชุมมากขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยมาก แต่ข่าไพร่บ้านพัดดูก บ้านพัดลัง บ้านดวงเยาะ บ้านเปลงลามที่พระราชวงศาฮุยเจ้าเมืองเกลี้ยกล่อมไว้ ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามลำน้ำกะเตือกลำน้ำกระจานั้น กลับใจไม่ยอมขึ้นเป็นข่าไพร่เมืองอัตปือ แต่ปีอัฐศกศักราช ๑๒๔๘ ครั้นพระราชวงศากิ่งเจ้าเมืองจะคุมไพร่ไปปราบปรามข่าไพร่ซึ่งกลับใจ ก็เกรงความผิดจึงได้ทิ้งละไว้

ครั้น ณ ปีจออัฐศกศักราช ๑๒๔๙ พณ ฯ ข้าหลวงใหญ่มีท้องตราจุลราชสีห์บังคับไปถึงผู้ว่าราชการเมืองกรมการว่า ให้ออกไปยกประตูข้ามเรือนด่านไว้ตามหน้าที่เขตต์แดน ผู้ว่าราชการเมืองกรมการก็ได้ตุมไพร่ไปยกประตูข้ามเรือนด่านไว้ที่ท่ารองฟ้ารองยศตำบลหนึ่งตาม...........แต่ท้องตราปักปันเขตต์แดนนั้นต้องเพียงไม่สูญไป เมื่อ