ให้ชะนะ จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้านันไปรบหนานที่เมืองเชียงใหม่ให้มีไชยชะนะ พระบรมราชาพรหมมาขึ้นไปถึงเมืองเถิน จึงเบื่อผักหวานเลยถึงแก่กรรม นายสุดตาเป็นที่พระศรีเชียงใหม่ เดิมเป็นพี่เมียตน พระบรมราชาพรหมาอยู่รักษาเมือง ไปเฝ้าที่กรุงเทพ ฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นพระบรมราชาเจ้าเมืองนครพนม ท้าวอุ่นเมืองเป็นอุปฮาด ท้าวเลาคำเป็นที่ราชวงศ์ ๒ คนนี้เป็นบุตรพระบรมราชากู่แก้ว อุปฮาดศรีวิไชยไม่ยอม จึงอพยพครอบครัวลงไปกรุงเทพ ฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นเมืองอยู่ปากน้ำ ท้าวอินทิสาร, ท้าวจุลณี, บุตรอุปฮาด, ท้าวกิ่งหงสา, ท้าวคำสาย, ท้าววัง, ท้าวปุย, ท้าวหมาหล้า, บุตรพระบรมราชาพรหมมาไม่ยอมว่าเชื้อไพร่ได้เป็นเจ้าเมือง จึงอพยพครอบครัวบ่าวไพร่ข้ามน้ำโขงไปอยู่ซอกน้ำเซบั้งไฟ เมื่อจุลศักราชได้ ๑๑๕๗ ปีเถาะสัปตศก ท้าวจุลณี, ท้าวกิ่งหงสา พาบ่าวไพร่ขัดว่า เชื่อไพร่ได้เป็นเจ้าเมืองนครพนมไม่ยอมขึ้นพระบรมราชาสุดตา จึงแต่งกรมการขึ้นไปขอกำลังจากเจ้าอินทร์ เจ้าเวียงจันทน์จึงแต่งเจ้าสีถานกับพระยาสุโพเป็นแม่ทัพมาช่วยแต่งเพียขันขวาไปขอกำลังจากเจ้านคจำปาศักดิ์ เมืองสุวรรณภูมิ เมืองร้อยเอ็จ แลท้าวสมพมิด เมืองกาฬสินธุ์ มาพร้อมกันที่เมืองนคร ทางกรุงเทพ ฯ โปรดให้พระยาอำมาตย์ขึ้นมาตั้งอยู่ที่โพคำ เมื่อจุลศักราช ๑๑๕๘ ปีมะโรงจัตวาศก พระยาอำมาตย์จึงแต่งคนขึ้นไปเกลี้ยกล่อมท้าวจุลณี ท้าวกิ่งหงษาไม่ยอมลงมา ครั้นถึงเมื่อจุลศักราช ๑๑๕๙ ปีมะเส็งนพศก กองทัพเวียงจันทน์กับกองทัพเมืองนคร
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/256
หน้าตา