ตั้งสัตยาธิษฐานเสร็จแล้ว เทพยเจ้าลงมาให้นิมิตต์ว่าเห็นปุถุชนทั้งปวงมีใจกล้าหาญหยาบช้าก่อการวิวาทเป็นปรปักษ์แก่กันอยู่ ผ้าขาว ๑๖ คนได้นิมิตต์ ๒ ตำบลแล้ว ก็เข้าไปแจ้งความแก่พระครูโพนเสม็ด ๆ เห็นว่าตำบลนี้กษัตริย์องค์ใดมาครอบครองสมบัติในนครอันนี้ สองพี่น้องก็จะไม่ถูกต้องปรองดองกัน ประชาราษฎรก็จะเป็นปรปักษ์ฉกลักเบียดเบียฬซึ่งกันและกัน
ฝ่ายข้างเมืองนครกาลจำปากนาคบุรีศรี นางเภาชราแล้วก็ถึงแก่ กรรม นางแพงผู้บุตรกับท้าวพระยาก็กระทำการฌาปนกิจเสร็จแล้ว นางแพงผู้บุตรกับพระยาคำยาตร พระยาสองฮาดจึงว่าราชการบ้านเมืองต่อมา ครั้นได้ทราบกิติศัพท์ว่าพระครูโพนเสม็ดมาพักอยู่ที่เกาะแดงมีคนนับถือเป็นอันมาก นางแพงก็มีจิตต์เลื่อมใสจึงปรึกษาด้วยท้าวพระยาผู้ใหญ่ผู้น้อยว่า เราจะอาราธนาพระครูโพนเสม็ดมา จะได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้จิรฐิติถาวรไปภายหน้า ท้าวพระยาทั้งปวงก็เห็นชอบด้วย นางแพงจึงให้พระยาคำยาตร พระยาสองฮาดไปอาราธนาพระครูโพนเสม็ด ๆ จึงพาญาติโยมสานุศิษย์ข้ามแม่น้ำโขงมาฝั่งตะวันตกตั้งพักอยู่ที่ห้วยสระหัว นางแพงก็ปลูกกุฎีเสนาสนะถวายพระครูโพนเสม็ดให้จำพรรษาอยู่ ณ วัดห้วยสระหัว คนทั้งหลายก็เรียกว่าวัดหลวง แล้วนางแพงกับท้าวพระยาทั้งปวงจึงมอบพุทธจักรอาณา-จักร ให้พระครูโพนเสม็ดทำนุบำรุงสมณพราหมณาจารย์ท้าวพระยาอาณาประชาราษฎรในเมืองนครกาลจำปากนาคบุรีศรี
ในศักราช ๑๐๗๑ ปีฉลูเอกศก แล้วพระครูโพนเสม็ดจึงชัก