(คือที่เป็นเมืองสะพาดบัดนี้) ได้พระแก้วผลึกมา แต่เข้าใจว่าเป็นรูปมนุษย์จึงให้บุตรเล่น พระกรรณลิไปข้างหนึ่ง ครั้นความทราบถึงเจ้าสร้อยศรีสมุท ฯ จึงจัดให้แสนท้าวพระยาลาว ไปเชิญพระแก้วผลึกแห่มาประดิษฐานไว้ณเมืองนครจำปาศักดิ์
จุลศักราช ๑๐๘๗ เจ้าสร้อยศรีสมุท ฯ ป่วย จึงให้เจ้าไชยกุมารผู้บุตรว่าการบ้านเมืองแทน แล้วออกจำศีลอยู่
จุลศักราช ๑๐๙๔ เจ้าองค์หล่อซึ่งหนีไปตั้งเกลี้ยกล่อมผู้คนอยู่ ณเมืองญวนนั้น ครั้นได้กำลังมากขึ้นก็ยกมาจับพระยาเมืองแสนฆ่าเสีย แล้วขึ้นครองเมืองศรีสัตนาคตหุตต่อไป
จุลศักราช ๑๐๙๙ (ระหว่างรัชชกาลสมเด็จพระบรมราชธิราชที่ ๓ พระเจ้าหัวบรมโกศ) เจ้าสร้อยศรีสมุท ฯ พิราลัย อายุได้ ๕๐ ปี เจ้าไชยกุมารบุตรได้ครองเมืองต่อไป เจ้าไชยกุมารได้ตั้งให้เจ้าธรรมเทโวผู้น้องเป็นเจ้าอุปราช และเปลี่ยนธรรมเนียมเก็บส่วยเป็นไหมหนักคนละ ๑ บาท แก่ชายฉกรรจ์ที่มีภรรยาแล้ว
จุลศักราช ๑๑๒๐ (ระหว่างรัชชกาลสมเด็จพระบรมราชาที่ ๓ กับที่ ๔ ต่อกัน) เจ้าไชยกุมารกับเจ้าอุปราชธรรมเทโววิวาทกัน เจ้าอุปราชคบคิดกับศรีธาตุบุตรจารหวดผู้รักษาอำเภอดอนโขงส้องสุมผู้คน ได้มาก แล้วยกมาเมืองนครจำปาศักดิ์ เจ้าไชยกุมารมิได้คิดต่อสู้จึงหนีไปอยู่ดอนมดแดง ซึ่งตั้งอยู่ในลำน้ำมูนแขวงเมืองนครจำปาศักดิ์ (บัดนี้เป็นแขวงเมืองอุบล ฯ) เจ้าอุปราชจึงเข้ารักษาเมืองนครจำปาศักดิ์อยู่ ครั้นทราบว่าเจ้าไชยกุมารหนีไปตั้งอยู่ดอนมดแดงก็เกณฑ์กำลัง