ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๗๐) - ๒๔๘๔.pdf/47

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๑

คนหุตคนเก่า (ไม่ปรากฏว่าคนไหน) ซึ่งได้หนีไปอยู่กับนายวอนายตาเมื่อเจ้าองค์หล่อยกกำลังมาจับพระยาเมืองแสนฆ่าเสียนั้น ขึ้นครองเมืองศรีสัตนาคนหุตแล้วนายวอนายตาขอเป็นที่มหาอุปราช กุมารผู้เป็นเชษฐาเห็นว่านายวอนายตามิได้เป็นเชื้อเจ้า จึงตั้งให้นายวอนายตาเป็นแต่ตำแหน่งพระเสนาบดี และตั้งให้กุมารผู้น้องเป็นมหาอุปราช พระวอพระตามีความโทมนัสจึงพากันอพยพไปสร้างเวียงอยู่ที่บ้านหนองบัวลำภู ให้ชื่อว่าเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (บัดนี้เป็นเมือง กมุทาไสย) ผู้ครองเมืองศรีสัตนาคนหุต ได้ห้ามไม่ให้พระวอพระตาตั้งเป็นเมือง ก็หาฟังไม่ จึงได้ยกกำลังไปตีพระวอพระตาสู้รบกันได้ประมาณ ๓ ปี พระวอพระตาเห็นจะต้านมิได้ จึงได้แต่งคนไปอ่อนน้อมแก่พะม่าขอกำลังไปช่วย พะม่าได้แต่งให้มองละแงะเป็นแม่ทัพยกไปช่วยพระวอพระตา ฝ่ายผู้ครองเมืองศรีสัตนาคนหุตแจ้งดังนั้น จึงแต่งบรรณาการให้แสนท้าวพระยาลาวคุมลงมาดักกองทัพพะม่าอยู่กลางทาง แล้วพูดเกลี้ยกล่อมชักชวนเอาพะม่าเข้าเป็นพวกเดียวกันยกไปตีพระวอพระตา พระตาตายในที่รบ ยังอยู่แต่พระวอกับท้าวฝ่ายหน้าท้าวคำผง ท้าวทิพยพรหมผู้เป็นบุตรพระตา กับท้าวทิตยก่ำบุตรพระวอจึงพาครอบคัวหนีอพยพลงไปพึ่งอยู่กับเจ้าไชยกุมารเมือง นครจำปาศักดิ์ ตั้งอยู่ตำบลเวียงดอนกอง (คือที่เรียกว่าบ้านดู่บ้านแคแขวงเมืองนครจำปาศักดิ์บัดนี้)

เจ้าอุปราชธรรมเทโวถึงแก่กรรม มีบุตรชาย ๔ คน คือเจ้าโอ ๑ เจ้าอิน ๑ เจ้าธรรมกิติกา ๑ เจ้าคำสุก ๑ บุตรหญิง ๑ ชื่อนางตุ่ย