สุโขทัย เมืองพิชัย เมืองสวรรคโลก เมืองพิจิตร เมืองกำแพงเพชร เมืองนครสวรรค์
แล้วให้ขึ้นไปเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระราเมศวรลงมาแต่เมืองลพบุรี ทรงพระกรุณาตรัสว่า ขอมแปรพักตรจะให้ออกไปกระทำเสีย พระราเมศวรได้ฤกษ์ยกพลห้าพันไปเถิงกรุงกัมพูชาธิบดีเพลาพลบค่ำ พญาอุปราชบุตรพระเจ้ากัมพูชาธิบดีทูลว่า ทัพซึ่งยกมายังเลื่อยล้าอยู่ ยังมิได้พร้อมมูล จะขอออกโจมทัพ พระเจ้ากัมพูชาธิบดีเห็นด้วย พญาอุปราชก็ออกโจมจับ[1] ทัพหน้ายังไม่ทันตั้งค่ายก็แตกฉานมาปะทะทัพหลวง เสียพระศรีสวัสดิ์แก่ชาวกัมพูชาธิบดี มีข่าวเข้ามาเถิงพระนคร มีพระราชโองการให้ขุนตำรวจออกไปอัญเชิญสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าผู้เป็นพระเชษฐาอยู่ ณ เมืองสุพรรณบุรี ครั้นเสด็จเข้ามาถึงพระนครแล้ว พระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า ให้อัญเชิญท่านออกไปช่วยหลานท่าน สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าจึงยกทัพรีบออกไปถึงกรุงกัมพูชาธิบดี ได้รบเอาชัยชำนะได้ ให้กวาดข้าวถ่ายครัว[2] ชาวกรุงกัมพูชาธิบดีเข้าพระนครเป็นอันมาก
ศักราช ๗๑๕ ปีมะเส็งเบญจศก วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๔ เพลาสองนาฬิกา ๕ บาท ทรงพระกรุณาตรัสว่าที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้นให้สถาปนาพระวิหารแลพระมหาธาตุเป็นพระอารามแล้วให้นามชื่อ