หน้า:พรบ จัดการ ศย ๑๑๑.pdf/2

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๓๒
เล่ม ๑๐
ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศตั้งกระทรวงยุติธรรม ลงวันที่ ๒๕ เดือนมีนาคม รัตนโกสินทร์ ๑๑๐ ได้ยกศาลเดิมรวม ๑๖ ศาลซึ่งขึ้นอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ กับศาลฝ่ายพระราชวังบวรมารวมยังสนามสถิตย์ยุติธรรม แล้วแบ่งตั้งขึ้นใหม่เปนศาลอุทธรณ์ ๒ ศาล แลศาลต่ำ ๕ ศาล รวม ๗ ศาล ได้พิจารณาพิพากษาคดีเก่าที่คั่งค้างมาแต่ก่อน กับคดีที่ราษฎรร้องฟ้องกันในปีรัตนโกสินทร์ ๑๑๑ โดยรวดเร็วไปมากนัก ตามความที่ประจักษ์ในรายงานสารบบความแพ่งอาญาแลอุทธรณ์ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโศภน เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ได้นำขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาโดยลำดับสืบมา แลทรงพระราชดำริห์ว่า จำนวนความอุทธรณ์ที่คงค้างอยู่ในศาลอุทธรณ์คดีราษฎร์แลศาลอุทธรณ์คดีหลวงนั้นมีอยู่น้อย จำนวนความอาญาที่คงค้างอยู่ในศาลพระราชอาญานั้นยังมีอยู่มากกว่าศาลอื่น ๆ หลายส่วน เพราะความเก่าที่ค้างมาจนปลายปีรัตนโกสินทร์ ๑๑๐ ก่อนตั้งกระทรวงยุติธรรมกับความที่ราษฎรฟ้องหากันขึ้นใหม่ก็มากอยู่แล้ว ทั้งความหัวเมืองทั้งปวงก็ส่งทับถมมารวมเข้าอีกเสมอไป จึ่งเปนการเหลือกำลังที่ศาลพระราชอาญาศาลเดียวจะพิจารณาพิพากษาให้แล้วทันกับความที่เกิดขึ้นใหม่ได้ อีกประการหนึ่ง กรมรับฟ้องซึ่งได้ตั้งขึ้นตามความในข้อ ๕ แห่งประกาศตั้งกระทรวงยุติธรรม รัตนโกสินทร์ ๑๑๐ นั้น ก็ได้รับฟ้องของราษฎรทั้งปวงแลประทับส่งไปให้ศาลพิจารณาโดยถูกต้องตามพระธรรมนูญตลอดปีรัตน

โกสินทร์ ๑๑๑ โดยเรียบร้อยดีอยู่ แต่บัดนี้ ทรงพระราชดำริห์เพื่อจะให้โอกาสแก่ราษฎรทั้งหลายผู้มีอรรถคดีได้ปฤกษาหาฤๅผู้รู้พระราชกำหนดกฎหมายเรียบเรียงคำฟ้องให้ถูกต้องแก่ความจริงอันเกิดขึ้นชอบด้วยตัวบทกฎหมายแล้ว ก็ไม่จำเปนจะต้องให้มีกรมรับฟ้องอีกต่อไป

เหตุอันนี้ ก็เป็นการสมควรแก่กาลสมัยที่จะต้องจัดแก้ไขธรรมเนียมรับฟ้องเสียใหม่ แลเปลี่ยนศาลให้พอแก่การพิจารณาคดีที่คั่งค้างอยู่มากแลน้อย อีกประการหนึ่ง ค่าธรรมเนียมค่าเชิงประกัน ๒ บาทซึ่งเรียกแก่โจทย์จำเลยตามพิกัดค่าธรรมเนียมศาลในข้อ ๗ แห่งประกาศตั้งกระทรวงยุติธรรมนั้น ทรงพระราชดำริห์ว่า ควรจะแก้ไขเสียด้วย จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันต่อไปดังนี้

ข้อ  ศาลอุทธรณ์คดีหลวงซึ่งตั้งขึ้นไว้ตามความในข้อ ๓ แห่งประกาศตั้งกระทรวงยุติธรรม รัตนโกสินทร์ ๑๑๐ นั้น ให้ยกเลิกเสียตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนเมษายน รัตนโกสินทร์ ๑๑๒ เปนต้นไป แลบรรดาความอุทธรณ์ซึ่งยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์คดีหลวงนั้น ให้ยกมารวมพิจารณาในศาลอุทธรณ์คดีราษฎร์ต่อไป แลบรรดาความอุทธรณ์ซึ่งจะร้องฟ้องกันขึ้นใหม่