หน้า:มติมหาเถรสมาคม ๒๕๕๔-๒.pdf/2

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
– ๒ –

ครั้งที่ ๕๗/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้มีมติให้คณะอนุกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามผู้เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบมีดังนี้

ข้อเท็จจริง

วันพฤหัสบดีที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ คณะอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ, อนุกรรมาธิการฯ, ที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการฯ, และผู้อำนวยการกลุ่มงานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้เดินทางไปวัดหนองจอก และได้เข้าพบเจ้าอาวาส, ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พร้อมทั้งพระเลขานุการ วัดหนองจอก, และเจ้าคณะแขวงกระทุ่มราย พร้อมทั้งได้เชิญ ผู้อำนวยโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก, รองผู้อำนวยฯ และผู้เกี่ยวข้อง หารือเพื่อหาทางแก้ไข โดยได้รับการชี้แจงดังนี้

เจ้าอาวาสวัดหนองจอก (พระครูบวรคุณาธาร), พร้อมด้วยพระเลขานุการ (พระครูสังฆรักษ์ อนันต์), และเจ้าคณะแขวงกระทุ่มราย (พระครูผาสุกิจโกวิท) ได้แจ้งว่า การอ้างสิทธิการแต่งกายตามหลักศาสนาของชาวมุสลิม โดยอ้างหลักสิทธิตามกฎหมายของกลุ่มทนายความหรือกลุ่มที่อ้างว่ากลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ทางวัดถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของวัด ซึ่งชุมชนวัดหนองจอกอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยมาเป็นเวลาช้านาน การอ้างสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญพร้อม ทั้งกล่าวหาว่าวัดหนองจอกก้าวก่ายงานของโรงเรียน เป็นการกล่าวที่ไม่สมควร

จากหลักฐานและข้อเท็จจริงซึ่ง นายประพันธ์ หลีสิน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ได้ชี้แจง พร้อมกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง สรุปดังนี้

เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ กรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร (นายเจริญ โต๊ะงิมา) ได้ยื่นหนังสือขอให้นักเรียนหญิง จำนวนสิบเจ็ดคน ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก แต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม คลุมผ้าฮิญาบมาโรงเรียน ซึ่งได้แนบหนังสือร้องขอของผู้ปกครองทั้งสิบเจ็ดคน มาด้วย ซึ่งโรงเรียนได้ตอบกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครที่ยื่นหนังสือไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ว่า