หน้า:มติมหาเถรสมาคม ๒๕๕๔-๒.pdf/4

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
– ๔ –

อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และนักเรียนหญิง ๑๑ คน ที่ผู้ปกครองยื่นขอแล้ว เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒ ได้ตอบข้อหารือแนวปฏิบัติ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยให้โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ก.สถ.พฐ.) ของโรงเรียนเพื่อดำเนินการ ดังนั้น เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โรงเรียนได้เชิญคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำขอ (หมายความว่า นักเรียนทั้งสิบเจ็ดคนต้องแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียน โดยมีเหตุผลประกอบ คือ ระเบียบของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก, ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ, วัฒนธรรมของโรงเรียนวัดหนองจอกที่เข้าเรียนและจบไปแล้วห้าสิบเจ็ดรุ่น หรือห้าสิบเจ็ดปี) และได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไปยังนักเรียน ทั้งสิบเจ็ดคนแล้ว เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ผู้ปกครองทั้งสิบเจ็ดคนได้ระบุไว้ในคำขอ

ส่วนคำสั่งของเจ้าอาวาสวัดหนองจอก ที่สั่งให้ครูนักเรียนไม่ต้องแต่งกายแสดงสัญลักษณ์ทางศาสนานั้น พิจารณาแล้ว เนื่องจากกระทบสิทธิของครู ซึ่งต่างจากนักเรียนที่มีกฎระเบียบอยู่แล้วชัดเจน โรงเรียนได้มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๒ แล้วเช่นกัน เพื่อทราบแนวปฏิบัติในการดำเนินการต่อไป และในกรณีที่เกิดขึ้น นายวิชัย ธรรมเจริญ ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการฯ ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประมาณปี ๒๕๔๐ เศษ สมัยรับราชการอยู่ที่กรมการศาสนา ได้มีหนังสือจากเขตบางกะปิ โดยอ้างหนังสือร้องเรียนของ นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในสมัยนั้น ได้อ้างนโยบายกระทรวงศึกษาธิการว่า โรงเรียนใดมีนักเรียนผู้นับถือศาสนาอิสลาม จะต้องจัดห้องละหมาดให้ด้วย แต่เจ้าอาวาสวัดเทพลีลาไม่อนุญาต เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในวัดทางพระพุทธศาสนา ดังนั้น จึงขอให้กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการขอให้วัดปฏิบัติตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ แต่กรมการศาสนาพิจารณาเห็นว่า กรมการศาสนาไม่มีอำนาจที่จะให้ดำเนินการใด ๆ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัดและเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย การจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต