พระองค์มิยกไปจะตั้งมั่นอยู่ณเมืองวานนี้ก็เห็นจะได้อยู่ ข้าพเจ้าจะอุปมาถวายอันธรรมดาไฟไหม้ปถพีร้อน ถึงจะมีของดีเป็นที่รักก็จำจะเอามาทำเป็นรองเท้าเหยียบไป จึงจะหนีเพลิงซึ่งร้อนได้ บัดนี้ก็มีศึกสงครามมา จะทำอันตรายแก่บ้านเมืองแห่งเรา อันประเพณีศึกจะหย่อนกำลังหาญเหือดลงนั้น ก็เป็นต้นด้วยโลกีเป็นที่ตั้ง จึงจะเกิดกำหนัดตัดความหาญเหือดลงได้ พระองค์มีพระราชธิดาอยู่ขอให้แต่งตะละแม่ศรีไปอ่อนน้อมแก่พระมหาราชเจ้าเชียงใหม่ เห็นการสงครามก็จะเหือดหายไปเป็นมั่นคง
ครั้นพระเจ้าช้างเผือกได้ฟังถ้อยคำอำมาตย์แพรจอกราบทูลดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงแต่งราชธิดากับเครื่องราชบรรณาการ กับช้างพลายห้าช้าง ขึ้นไปถวายพระมหาราชเจ้าเชียงใหม่ ๆ ก็ดีพระทัยหนักมิได้ยกทัพลงมา แต่พระเจ้าช้างเผือกเสวยราชสมบัติในเมืองเมาะตะมะได้สิบห้าปี พระตะบะแข็งเมืองอยู่ได้หกปี ครั้นอยู่มาฝ่ายนางจันทะมังคะละพระอัครมเหสีพระเจ้าช้างเผือกประชวรหนัก จึงกราบทูลพระเจ้าช้างเผือกว่าหลานของข้าพเจ้าคือ มะยีกำกองคนนี้ ข้าพเจ้ารักดังบุตรในอุทร ไปภายหน้าพระองค์อย่าได้รังเกียจ ข้าพเจ้าขออภัยในมะยีกำกองเป็นอันขาดทีเดียว พระองค์ทรงพระเมตตาแก่ข้าพเจ้าฉันใด จงทรงพระเมตตาแก่มะยีกำกองฉันนั้น พระเจ้าช้างเผือกครั้นได้ฟัง พระองค์มิได้ตรัสประการใด ครั้นอยู่มานางจันทะมังคะละผู้เป็นพระอัครมเหสีพระเจ้าช้างเผือกถึงแก่พิลาลัยไปสู่ปรโลก ครั้งนั้นพอบุตรอำมาตย์แพรจอนั้นถึงแก่ความตายด้วย และอำมาตย์แพรจอซึ่งเป็นบิดานั้น เป็นที่คิดอ่านราชการแก่พระเจ้าช้างเผือก ๆ จึงสั่งให้โกนศีรษะทั้งเมือง