หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
112
๑๑๒
สนใจทั้งนั้น พอเราเลือกที่นั่งได้ดีแล้วครูพยุงได้เอาใบสลากออกมาถือและกระทำตนเป็นพราหมณ์เฒ่าเข้าพิธี นั่งเขม็งทางจิตเพ่งตัวเลขในแผ่นสลากที่ถือ นั่งตัวตรงไม่วอกแวกคอยบังคับให้กงล้อนั้นหยุดตามที่สั่ง แต่แล้วแกก็กลับมีสีหน้าขุ่นมัว เพราะกงล้อนั้นไม่หยุดตามที่สั่ง และเลขก็ไม่ตรงกับสลากในมือเลยจนแล้วจนรอด แกถอนใจอย่างแรง เป็นลมหายใจที่หมดหวัง
"ยังพลาด" แกร้องเบาๆ ครั้นแล้วก็พากันกลับออกมานั่งที่สโมสร ดื่มเหล้าอย่างขรึมๆ
"คืนนี้เอาใหม่ บางทีทำมาแล้วอาจจะมีผิดวธี" แกว่า
ในคืนนั้นพอนักเรียนกลับหมดแล้ว ทั้งครูอื่นๆ ก็กลับแล้ว ครูพยุงก็ชวนให้ผมอยู่ทำพิธีด้วยกัน ชั้นแรกคิดจะขอตัวอยู่แล้ว แต่โรคเกรงใจมีประจำตัวผมอยู่เลยรับปากแกง่ายๆ แกชวนเข้าในห้องเล็กอีกห้องหนึ่งเป็นห้องเฉพาะ ในห้องนั้นมีโต๊ะที่วางข้าวปลาอาหารหมูเห็ดเป็ดไก่ดอกไม้ธูปเทียนพร้อม คงจะเป็นคนใช้จัดไว้ให้ ครูพยุงจัดแจงรินเหล้าใส่แก้วแล้ววางบูชา จัดการจุดธูปเทียน พอเรียบร้อยแล้วก็ปิดสวิตช์ไฟที่เพดาน ในห้องก็มืด มีแสงสว่างเพียงเทียนดวงเดียว แต่มีแสงสว่างแน่นอนดี เพราะไม่มีพัดมาทางไหนได้โดยห้องเล็กนั้นจำกัด เรือนไฟดวงเทียนจึงตั้งตรงไม่วูบวาบ
ครูพยุงเข้าที่สมาธิ บ่นอะไรพึมพำอยู่ข้างนานแสนนาน ส่วนผมนั้นไม่รู้เรื่องด้วยก็ชักจะง่วง เพราะไม่มีการพูดคุยอะไรกันเลย นั่งอยู่เงียบๆ ก็ชักจะซึมและเผลอๆ ไป ในครู่นั้นเองเทียนที่เผาตัวไหม้ไปยังไม่ทันจะครึ่งเล่ม ก็เกิดดับลงไปเฉยๆ ถ้าเป็นห้องกว้างๆ คงจะน่ากลัว แต่บังเอิญเป็นห้องเล็กและหน้าต่างก็ปิดหมดเราอยู่ในความมืด แต่ได้ยินเสียงไหวตัว เห็นจะเป็นครูพยุงขยับตัวหาไม้ขีดไฟ ผมคงนั่งอยู่เฉยๆ ไม่อยากกระดิกตัวเพราะความง่วงนอน ความรู้สึกว่ามันเกิดเมฆหมอกขึ้นในห้องนั้น ทั้งๆ อากาศมืดก็ยังเห็นกลุ่มเมฆหมอกได้ถนัด ความรู้สึกว่าตัวผมกับครูพยุงกำลังอยู่ในกลุ่มหมอก และหมอกนั้นค่อยๆ มีแสงสว่างขึ้นจนตัวของเรา