ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/113

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
113
 

๑๑๓

ทั้งสองเห็นได้ถนัด ผมเห็นครูพยุงนั่งงงๆ เป็นอาการตกใจเช่นเดียวกับผม แต่ทั้งครูพยุงและผมจะตกใจอย่างไรก็จำใจต้องนิ่งเฉย เพราะมีใครอีกคนเป็นชายหน้าดุๆ กวักมือเรียกเราทั้งสองให้ลุกขึ้น ทั้งผมและครูพยุงลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่ายเหมือนถูกอำนาจบังคับ

      พอเรายืนแล้ว ชายคนนั้นได้โบกมือให้เราเดินต่อไป เราทั้งสองเหมือนไม่มีหัวใจ เดินตามที่เขาสั่งไปช้าๆ หนทางที่เขาให้เดินไปนั้นมองด้วยตาแม้จะกล้ำกรุ่นอยู่ในหมอกก็เห็นได้ว่าเป็นหนทางที่มีหินผาเป็นตรอกเป็นซอก เราไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปตามคำบัญชาของนายคนนั้นแค่ไหนและที่ใด เราเดินไปๆ หมอกนั้นค่อยๆ จางลง แต่ว่าอากาศคงทึบๆ ไม่แจ่มแจ้ง ในที่สุดเราได้เดินมาสู่ที่แจ้งและเป็นที่ราบโล้น ปราศจากก้อนหินและต้นไม้ มันเป็นที่ราบจริงๆ เห็นแล้วรู้สึกวังเวงใจ มันเป็นที่ใดหนอ ช่างโล้นเลี่ยนไปสุดของฟ้าเราจะต้องเดินไปสุดแค่ใด และเมื่อไรจะถึงที่ตามที่เขาบัญชาให้เดิน
      ในขณะนั้นหูเราแว่วเหมือนเสียงดนตรี แต่ไม่ทราบว่าเป็นดนตรีอะไร มันเป็นเพลงเศร้าๆ ฟังแล้วใจหาย และพร้อมกันน้้นมีฝีเท้าคนหมู่มากดังมาด้วยทางด้านหนึ่ง มันเป็นเสียงฝีเท้าที่ดังไม่เป็นระเบียบ จะคล้ายวิ่งคล้ายเซซวนอะไรอย่างนั้น พร้อมกับมีเสียงร้องโอดโอยเจ็บปวดปนมากับเสียงฝีเท้าและเสียงดนตรี ชั่วครู่นั้นหมู่คนเจ้าของเสียงจึงค่อยๆ โผล่ท่อนบนตอนศีรษะพ้นขอบแผ่นดินโล้นนั้นมาทีละน้อยจนกระทั่งเต็มตัว
      มันเป็นหมู่คนที่แต่งกายเลวที่สุด เกือบไม่มีอะไรจะพันกาย ที่มีอยู่บ้างก็เป็นส่วนน้อยพอปกปิดสิ่งที่น่าอุจาดเท่านั้น คนเหล่านี้มีทั้งหญิงทั้งชายเดินมาอย่างเร่งรีบล้มลุกคลุกคลานตลอดทาง โดยถูกผู้ควบคุมที่ตามมาบังคับให้รีบไป ผู้คุมจำนวนมากนั้นขาดความปรานีถือหอกใหญ่และมีแซ่หนังตีหวดตามมาถ้าผู้ใดชักช้า ผู้ถูกตีทั้งหญิงชายก็ร้องเจ็บปวดระงมซมซานมา ขบวนนี้ได้ผ่านหน้าเราไป คุณครูพยุงผงะสะดุ้งและชะโงกตัวไปดูภาพของใครคนหนึ่ง แล้วร้องโวยวายอย่างตกใจและเสียใจ ภาพนั้น