ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/135

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
135
 

๑๓๕

หลักฐาน ร่ำรวยมานี้ก็เพราะบิดามารดา จึงคิดจะทำอะไรเป็นที่ระลึกเตือนใจมิให้เสื่อมคลายลงได้ในเรื่องของความกตัญญูรู้คุณนี้ จึงเกิดคิดสร้างภาพปั้นของบิดาขึ้นเพื่อติดตั้งไว้ในบ้านเป็นอนุสาวรีย์เสียเลย จึงได้ตกลงกับช่างปั้นให้ปั้นภาพบิดาขึ้นโดยเร็วทันใจ ให้ทันกับเวลาที่ร่างกายของบิดายังใส่โลงและสวดพระธรรมอยู่ตามกำหนดทุกเจ็ดวัน ให้รูปปั้นรีบมาแทนตัวจริงที่เน่าไปแล้ว ชั้นแรกขอให้ปั้นด้วยปูนก่อน แล้วจะหล่อเป็นทองแดงคราวหลังเมื่อลงมือสร้างตึกใหม่ในเวลาเผาศพไปแล้ว และภาพปั้นนั้นก็แล้วทันใจที่ตั้งไว้ โดยภาพนั้นโตเท่าตัวจริงๆ ของบิดา นำเข้าตั้งบนฐานตั้งในห้องโถงที่ตั้งศพนั้นเอง จึงเกิดมีการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนต่อรูปปั้นเป็นประจำวันทั้งพวงหรีดและดอกไม้สดไม่ขาดที่

      มีเพื่อนๆ ของคุณอำนาจพูดเตือนว่าการปั้นรูปพ่อของตัวในส่วนสัดเท่าตัวจริงนี้ ในระยะเวลาที่ศพพ่อยังอยู่กับบ้านนี้นั้นไม่เหมาะแก่การ ควรจะปั้นเพียงครึ่งตัวเท่านั้น แต่ขนาดนั้นเล่าจะโตกว่าตัวจริงก็ได้ เล็กกว่าตัวจริงก็ได้ การปั้นเต็มตัวและขนาดเท่าคนจริงๆ นี้ จะทำให้เกิดหวั่นหวาด จะกลายเป็นที่สะเทือนใจไปทางผีๆ สางๆ มองไปพบเมื่อใดก็สะดุ้งสะเทือนทุกครั้ง ลงท้ายคนจะกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ภาพนั้น
      คุณอำนาจเป็นคนทำอะไรแล้วไม่ถอยหลัง ก็ตอบเพื่อนว่า ตอนแรกทำไมไม่เตือนเสียก่อน ที่เตือนนี้ก็ขอบใจมาก แต่การทำอะไรลงไปแล้วต้องล้มเลิก คุณอำนาจถือว่าเป็นนิมิตไม่ดี เป็นคนท้อถอยจะทำสิ่งใดการใดย่อมไม่สำเร็จ และข้อสำคัญภาพนั้นได้รับการสักการบูชาแล้วจะหยุดเลิกเสียมิได้เป็นอันขาด ที่ร้ายที่สุดคือเท่ากับทำลายพ่อของตัวเอง แม้แต่จะเป็นเพียงภาพจำลอง หรืออีกนัยหนึ่ง เกิดจะมากลัวพ่อของตัวเอง ก็ไม่ใช่ลูกที่กตัญญูจะควรทำ เมื่อเพื่อนๆ ได้ยินคุณอำนาจพูดดังนั้นก็เลิกเตือนกัน
      ภาพปั้นคงยืนตระหง่านในห้องโถงนั้นเรื่อยมา ในลักษณะสง่าผ่าเผยของคุณปู่คุณตาคุณพ่อ ในวันต่อมาก็เกิดความผันแปรขึ้นในบ้าน คือแต่เดิมทีเดียวพวกลูกพวกหลานเอาดอกไม้และธูปเทียนมาบูชาศพ