ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/14

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
14
 


๑๔

      "ก็ไม่เชิงครับผม กระผมสอน ถ้าเขาชอบใจตีรางวัลให้ง่ายๆ และ

การกินก็ฟุ่มเฟือย รับประทานของดีๆ ทั้งนั้น เหล้าก็ดื่มเหล้าดี ราคาแพง กระผมชักจะเคยตัว พวกนั้นปรนปรือกระผมจนเคยตัว ดื่มเหล้าเลวไม่ ค่อยได้ ความจริงอะไรๆ บ้านนี้ก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย บำรุงความสุขได้พอกับ ฐานะ หากแต่ไม่ยอมสังคมกับใครๆ เท่านั้น ซ้ำร้ายคุณสุรินทรผู้จัดการ คนนี้พลอยไม่เที่ยวและไปไหนเหมือนกับคนในตึกนั้นเหมือนกันถ้าคุณเรณู ภรรยาจะขอร้องให้อยู่กับตึก แล้วเลยมาลั่นถึงกระผมเข้าด้วยน่ะซีรับ- ประทานข้าวเย็นแล้วซ้อมดนตรี คุณสุรินทรนั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง นอนแต่ หัวค่ำ คุณเรณูภรรยาน่ะก็เล่นดนตรีจนเลิกพร้อมๆ กับพวกน้องๆ พี่ๆ"

      "ดี!  เขาทำอย่างนั้นได้เขาก็รวย ถ้าสมัยทำได้ก็มีหวังเห็นหน้าเห็น

หลังในเร็ว ๆ วัน"

      คุณนพพูดแล้วหัวเราะ ท่านตักเตือนไปในแนวผู้ใหญ่ ถือการเก็บ

เงินเป็นของหลักที่จะสร้างตัวในวันหน้า แต่ผมฟังใส่ใจบ้างไม่ใส่ใจบ้าง เพราะไม่ชอบการที่หมกตัวไม่คบกับใครบ้างเลย มีวันแต่จะแคบลง ๆ จะได้พูดได้คุยกันก็เฉพาะคนในตึกด้วยกัน อีกหน่อยก็กลายเป็นคน โลกล้านปี เลิกดนตรีแล้วก็นอน คนจะพูดและได้คุยมากหน่อยก็มีคุณ สุรินทรและคุณเรณู พวกหัดดนตรีจะพูดอะไรมากไปกว่าเรื่องเพลง เรื่อง วิธีการเล่นก็จะพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะเขาไม่สนิทกับผมในทางอื่น พอ เลิกซ้อมเขาก็ต่างคนต่างกลับห้องพัก ซึ่งภายในตึกนั้นก็มืดๆ ทึมๆ สว่างเพียงสลัวๆ เป็นบางแห่งเท่านั้น ตึกใหญ่ๆ ถ้ามืดมากกว่าสว่างก็ น่ากลัว

      ผมกราบลาคุณนพจากวัดระฆัง กลับมาถึงบ้านยังไม่ทันค่ำมืด ท้น

รับประทานอาหารเย็นตามกฏเกณฑ์ของที่นั่น การรับประทานอาหาร ของเขา เราแยกห้องอาหารกัน ห้องที่ผมรับประทานนั้นเป็นห้องของคุณ เรณูกับคุณสุรินทร ฉะนั้นเราจึงรวมกันอยู่เพียงสามคน พออิ่มแล้วก็เข้า