ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/178

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
178
 

๑๗๘

ผมถึงกับชะงักหยุดอยู่กับที่ บอกไม่ถูกว่าใจผมเป็นอย่างไรในเวลานั้นมันค่อนข้างหนาวเหลือเกิน

      ในขณะที่กำลังยืนชะงักนั่นเอง มีสิ่งหนึ่งมากระทบหน้าผมฉาดเบ้อเร่อ ผมตกใจตัวชาวูบเซไปนิดหน่อย น้ำหนักวัตถุที่ถูกหน้าผมนั้นคล้ายๆ มือคนตบหน้าแรงๆ แต่มันก็ไม่มีอะไร ไม่มีใครในที่นั้นมีแต่ความมืดและความว่างเปล่าของทางเดิน จะว่าใครมาหยอกล้อผม มองดูจนรอบตัวก็ไม่มีทางใครจะมาทำได้
      ยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไร ก็มีเสียงพึ่บๆ คล้ายนกบินเฉียดหูผมไป ถัดจากนั้นก็มีเสียงดังปุ้บ เป็นเสียงของวัตถุหนึ่งตกลงพื้นดินใกล้ๆ ตัวผม ผมมองเห็นได้ถนัดว่าวัตุนั้นเป็นก้อนดำขนาดเท่ากำปั้นโตๆ ผมเพ่งดูแทบไม่กะพริบตา มันทำการไหวตัวได้อยู่ไปมา ทันทีนั้นเองผมก็เดาเหตุการณ์ได้ มันคือค้างคาวแม่ไก่ขนาดใหญ่ อ้ายเจ้านี่เองบินมาชนหน้าผมอย่างแรงแล้วก็มาตกอยู่ที่นี่เอง พอผมเขยื้อนตัวจะเข้าไปใกล้มัน มันก็บินโผเข้าสู่ดงไม้ ผมโล่งอกไปเป็นกอง เรื่องคิดว่าปีศาจสำแดงฤทธิ์เป็นอันหมดไป
      แม้แต่ขวัญของผมจะกลับสู่ร่างกายแล้ว แต่ความหนักใจยังมีอยู่อีก สิ่งนั้นคือทางที่จะผ่านนี้เป็นวัด และทางเดินจะต้องผ่านใกล้ป่าช้าวัดนี้ ถ้าจะไปทางอื่นก็อ้อมมากและหนทางเดินลำบาก จำเป็นจะต้องไปทางนี้ และแต่ไหนแต่ไรก็เดินทางนี้ แต่เหตุการณ์ต่างๆ มันทำให้ผมเกิดขวัญอ่อนเสียแล้ว ฉะนั้นการเดินผ่านป่าช้าจึงไม่ใช่เรื่องของคนขวัญอ่อนจะเดินได้ง่ายๆ อีกประการถ้าผมได้ดื่มเหล้าจนเมาขนาดสบายก็พอจะเดินได้
      ประมาณหนทางอีกครึ่งเส้นจะเข้าเขตวัด ดวงใจที่พยายามสะกดให้เป็นปกติแล้วนั้นกลับเต้นถี่ขึ้นมาอีก นึกเสียดายที่รีบร้อนเกินไป ถ้าดื่มเหล้าเสียให้สบายๆ แล้วเดินมาก็ไม่หวั่นอะไร บัดนี้ความมืดค่อยๆ จางลงไปบ้าง แสดงว่าเดือนกำลังขึ้นแล้ว แต่ยังไม่พ้นยอดไม้จึงไม่สว่างจ้า ผมทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าโน้น ก่อนจะเข้าเขตวัดมีคลองเล็กๆ ตื้นๆ