๑๘
ให้แล้วสั่นศีรษะเชิงจะบอกว่าอย่าสงสัยเลยแล้วก็พยักหน้าเชื่อใจ ชายนั้นก็ส่งกระเป๋าใหญ่ลงมาอีก ส่วนใบเล็กอีกใบแม่หญิงแกหิ้วเอง
พอลงจากรถไฟแล้วมายืนที่ชานสถานี ชายนั้นแอบมองดูผมอีก ผม
ทำเป็นไม่รู้ตัว แต่ใจคอไม่สบายเลยที่มีคนมามองผมอย่างสงสัยอะไร ๆ เช่นนั้น สองคนนี้ถ้าไม่ใช่เป็นคนที่นายผมใช้ให้มารับเป็นได้เจรจากันบ้างละ ผมแอบชำเลืองดูเขาบ้าง ก็เห็นเขามองดูเท้าผม ทำเอาผมสะดุ้งใจ แอบก้มดูเท้าตัวเองว่าหรือผมเองใส่รองเท้าผิดข้างหรือว่าใส่แดงข้างหนึ่ง ดำข้างหนึ่ง แต่มันก็เรียบร้อยดีนี่ ผมชักไม่พอใจที่มามองกันอย่างที่เขา พูดๆ กันว่ามองอย่างเหยียดหยาม คือมองตั้งแต่หัวตลอดเท้า แต่ เสมียนต๊อกต๋อยอย่างผมจะมีทางพูดทางทำอะไรได้ นอกจากนิ่งและ อดทนทำงานไปตามบัญชา
ผมพาหนุ่มสาวที่ผมไม่ชอบใจมาส่งเข้าตึกใหญ่ได้ตอนตีห้าพอดี
นายทองก้อนกลับไปบ้าน ผมเข้าห้องนอนนั่งคิดถึงหนุ่มสาวคู่นั้น ผู้หญิง ไม่มีท่ามีทางอะไรเลย เฉยๆ มีกิริยาเป็นกันเอง แต่นายหนุ่มนั่นซิมอง ผมอย่างระแวงๆ อย่างไรพิลึก ไม่ใช่กิริยาของคนหึงหวงที่พวกหนุ่ม ๆ ด้วยกันมักจะระแวงไว้ก่อนเมื่อเห็นคนที่มารับเป็นคนหนุ่ม ทั้งหญิงที่มา กับเขาได้แสดงกิริยาสนิทสนมเป็นกันเองกับผม อาการมองดูผมนั้นมัน เป็นอาการของคนที่ไม่ไว้ใจผมในด้านที่ผมไม่น่าจะคบค้าสมาคม อาจจะเป็นคนที่จะหลอกลวงต้มตุ๋นเขาทั้งคู่ทำนองนั้น
เมื่อผมส่งตัวทั้งคู่เข้าตึกใหญ่นั้น สังเกตว่าแม่หญิงทีจะคุ้นเคยกับ
ตึกนี้ดี ทีท่าว่าจะเคยอยู่มาก่อน หรือไม่ก็เคยมาบ่อยๆ เธอบอกกับ ผมว่าถึงบ้านแล้วไม่ต้องห่วง เธอกล่าวขอบใจผมแล้วก็เดินขึ้นตึก แต่ นายหนุ่มนั้นกวาดตาดูสถานที่อย่างหวาดกลัวซึ่งมองเห็นได้ถนัดตา น่า ประหลาดนักที่ว่านอกจากจะระแวงในตัวผมแล้วยังระแวงในสถานที่ซึ่ง ตนกำลังเหยียบย่างเข้ามาอีก ตามที่ผมสังเกตกิริยาของหนุ่มสาวนี้ที่มี