ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/184

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
184
 

๑๘๔

      "กันมีธุระ" เขาพูดช้าๆ เหมือนเหนื่อยอ่อน "ไปก่อนเถอะ" พูดแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
      "ก็เอาซี" ผมได้ช่องแล้วยืนเฉย เขาหันตัวไปทางด้านหอระฆังแล้วออกเดินไปช้าๆ พวกสุนัขกลับหอนขึ้นอีก ผมหันหลังจะเดินต่ออย่างยากเย็น ขาผมทำตามคำสั่งหัวใจ แต่หัวใจมันลังเลและลอยคว้าง ขาจึงไม่ยอมทำตามหน้าที่ที่หัวใจสั่งชนิดไม่เด็ดขาด ผมเหมือนจะล้มลง ความกลัวสุดหัวใจได้เหลียวมาดูทิดผ่องอีก คุณพระช่วย ใจผมจะหยุดเต้นแล้ว ทิดผ่องเมื่อเดินมากับผมนุ่งโสร่งตัวเดียวไม่มีอะไรอีก แต่บัดนี้เขามีผ้าขาวผืนใหญ่ห่มคลุมตลอดหัว เสียงหัวเราะยังคงมีอยู่ และแล้ว ร่างกายของเขาได้ละลายหายไปเฉยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะก็หยุดไป
      ผมร้องจนสุดเสียง กลัวเท่าใดร้องเท่านั้น "ช่วยด้วย" ร้องแล้วออกวิ่งสู่ถนนที่จะไปสู่หมู่บ้านแถวนั้น แต่ขาได้อ่อนพับไปเฉยๆ ผมหมดสติในที่นั้นเอง และจะหมดสติไปกี่มากน้อยเท่าใดไม่ทราบได้ มารู้ตัวเอาเมื่อลืมตาขึ้น รู้ตัวว่าผมอยู่ในบ้านของทิดผ่อง มีเนียมและทิดต่อมนั่งอยู่ใกล้ๆ  พอผมลืมตาทั้งสองก็ยิ้มออก แต่ยังมีริ้วรอยแห่งความเป็นทุกข์เหลืออยู่ ผมถูกป้อนยาให้ถ้วยเบ้อเร่อ ผมรับมาดื่มก็รู้ว่าเป็นยาลม
      ได้ความว่าผมสลบไปตลอดคืน ที่รู้สึกตัวนี้เป็นตอนสายของวันรุ่งขึ้น ผมโงหัวลุกขึ้นนั่งได้แล้วจึงได้เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟังตลอด ทุกคนตกใจและมีสีหน้าเป็นทุกข์กลัวจะมีขึ้นอีก ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมีอีกหรือไม่มี เกิดหายใจสะท้อนขึ้นมาอีก แต่จะอย่างไรก็ตาม ผมจะต้องรีบไปรายงานตัวต่อที่ทำงาน ทิดต่อมวันนี้ก็ขาดงานไป ผมกินอะไรไม่ลง เนียมกับทิดต่อมเล่าให้ฟังว่าทิดผ่องตายไปหลายวันแล้วจัดการฝังโดยด่วนตามคำสั่งหมอ ทิดต่อมก็อยู่เป็นเพื่อนเนียมมาแต่ทิดผ่องตาย ผมจึงตกลงกันว่ากลางวันผมกับทิดต่อมไปทำงาน เนียมจะเฝ้าบ้านคนเดียวก็จะกลัว คิดกันให้เนียมไปอาศัยบ้านเพื่อนๆ กันใกล้ๆ นี้เพียงกลางวัน พอเย็นผมกับทิดต่อมจะรีบกลับมาบ้าน โดยข้อบังคับมีในตัวว่าจะมัวโอ้เอ้ตามร้านเหล้าอีกไม่ได้