๒๑
ขี้ระแวงเสียแท้ๆ แม้แต่คุณเรณูพี่สาวของเมียเขาเอง เขาก็แอบชำเลือง มอง แต่เล้วก็เกิดสะดุ้งขึ้นน้อยๆ แต่รีบทำกลบเกลื่อนด้วยอาการทำ เป็นอะไรหรือสำลัก แล้วก้มหน้าตักอาหารใส่ปากอย่างหน้าซีดๆ
"ดิฉันมาเสียจากปากน้ำโพได้ สบายใจจังคุณพี่" คุณจิตราพูดกับ
คุณเรณูพี่สาว ซึ่งคุณเรณูก็มีสีหน้ายิ้มอยู่อย่างอารมณ์ดี
"โฮ้ย! ขืนอยู่ไปมันก็แดงเข้าจนได้" คุณจิตราพูดถึงคำนี้แล้วต้อง
ชะงักหยุดลงเพราะดวงตาของคุณเรณูผู้พี่ที่หวานจ๋อยนั้นกลับเป็นดวงตา เขม็งมองดูผู้พูด ทั้งขมวดคิ้ว กิริยาทั้งหมดนี้ผมรู้ทันทีว่าคุณเรณูไม่ต้อง การให้น้องสาวพูดอะไรเพ้อเจ้อในระหว่างที่มีคนอื่นนอกวงค์ญาติเช่นตัว ผมที่นั่งอยู่ด้วยรู้เรื่องอันไม่ควร
ตอนออกไปทำงานที่โรงงาน คุณสุรินทรเรียกผมเข้าไปนั่งใกล้และ
พูดขึ้นช้าๆ
"สมัย! ฉันมีอะไรๆ ที่จะต้องบอกกับเธออยู่บ้าง และเรื่องที่จะพูดนี้
ก็เป็นเรื่องที่เธอจะต้องรับรู้ด้วยทีเดียว"
ผมนั่งนิ่งคอยรับฟังคำบัญชาของผู้จัดการอยู่อย่างที่เคยเป็นมา
"คุณสวัสดิ์เขาจะมาทำงานกับเรา" คุณสุรินทรเริ่มเรื่อง "แต่เขาไม่
เคยทำงานมาก่อนเลย อาจจะขลุกขลักแต่จะต้องมาเป็นผู้ช่วยฉันเรื่องนี้ จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะก็พูดยาก ฉันอยากจะพูดว่าเขาคือลูกท่าน หลานเธอ" ผู้จัดการหยุดพูดและอัดควันบุหรี่จนเต็มอึกแล้วพูดต่อ "สมัยจะต้องรู้ไว้และจงตัดความเสียใจไว้ก่อนที่อยู่ๆ เขาก็เผ่นมาเป็นผู้ ช่วยฉัน พูดง่ายๆ ก็คือเขามีตำแหน่งบังคับบัญชาเธอรองจากฉันลงไป เธอคงรู้ดีใจฉันไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นเลยแต่จำเป็น"
ผมฟังเรื่องแล้วก็เข้าใจความหมายดี จึงยกมือไหว้ผู้จัดการใจพระ
และพูดว่า
"ขอให้คุณสบายใจเถิดครับ กระผมเข้าใจดีในเรื่องนี้ กระผมขอแต่