๒๖
สวนดอกไม้และตรงนั้นต้องมีช่องโหว่ข้างบนที่เปิดอากาศเห็นท้องฟ้า คืนนั้นเอง ผมเริ่มทำตัวเป็นคนไม่รักษาวินัย เดินล่วงเลยเขตที่เขาจำกัด ไว้สำหรับคนอื่นที่ไม่ใช่วงศ์ญาติของตึกนั้น ด้วยความมืดอย่างหนึ่ง และความอยากเห็นที่แปลกๆ ของตึกนั้น อยากเห็นสวนดอกไม้เล็ก ๆ ภายในตึก จึงทำการย่องอย่างเบาไม่ให้มีเสียง และบังเงามืดเดินเข้าไป ใกล้สวนดอกไม้นั้น แต่ที่ตรงสวนดอกไม้นั้นมีไฟฟ้าแสงอ่อนๆ ติดอยู่ สลัวๆ เหมาะแก่เป็นที่พลอดรักของหนุ่มสาว ผมเกรงใครจะเห็นตัวผม จึงบังเงามืดของเสาตึกต้นใหญ่มองแลลอดไปชมดอกไม้ที่ชูช่ออยู่กับแสง ไฟอ่อนๆ และในขณะนั้นเองผมต้องสะดุ้งทั้งตัว เพราะมีเสียงของ หนุ่มสาวอยู่แถวนั้นและกำลังพูดกันอยู่ ผมรีบแนบตัวเข้าชิดเสาตึก รู้ตัว ว่ากำลังผิดที่ล่วงล้ำเขตเข้าไป เกรงผู้พูดทั้งสองจะเห็นตัวเข้า ผมหายใจ ไม่เป็นปกติ เสียงฝ่ายชายพูดว่า
"คุณสายรุ้ง ผมรู้ตัวว่าผมนี่เลวทรามพอดูที่ไม่ได้แอบไปที่บ้านผม
เองเลย ควรจะไปบ้างเพื่อไปดูลูกต๋อยของผมและดูนวลน้อย..." ฝ่ายชาย ดูดได้แค่นี้ต้องหยุดเพราะฝ่ายหญิงพูดขัดขึ้นกลางคัน
"แต่คุณก็รู้อยู่แก่ใจนี่คะคุณเทพว่าคนอย่างพวกเราจะไปไหนมา
ไหนพบปะฝูงชนย่อมจะเกิดภัยแก่พวกเราเอง คุณเองก็รู้กว่าจะหลบหลีก ตัวมาถึงดิฉันได้ก็แย่แล้ว"
"ถูกอย่างสายรุ้งว่า" ฝ่ายชายเสียงอ่อนคล้อยตาม "เท่าที่ผมพูดน่ะ
พูดอย่างปรารภเท่านั้นเอง สายรุ้งก็รู้ก็เห็นอยู่แล้วว่า ตั้งแต่ผมผ่าน ข้ามน้ำข้ามทะเลมาก็มาอยู่แต่ในตึกนี้เท่านั้น"
"เลิกคิดเสียเถิด" หญิงว่า "คุณก็เด็ดขาดจากทางบ้านคุณแล้วนับ
แต่นาทีนั้น"
ความจริงผมอายตัวเองที่สุดที่แอบฟังคำสนทนาของผู้อื่น มัน
บังเอิญแท้ๆ มาพบเข้าโดยไม่ตั้งใจ และก็บังเอิญอีกที่เสียงหญิงชายทั้ง