๒๙
"มันมีเรื่องขึ้น" ผู้จัดการว่า "มีคนในตึกเขาฟ้องเมียฉันว่าเธอไปพบ
ไปเห็นอะไรๆ บางอย่างที่เขาไม่ต้องการจะให้เธอรู้เธอเห็น ที่ฉันพูดนี่ เธอก็คงรู้แล้วว่ามันเรื่องอะไรกัน เขาฟ้องมาฉันก็รับฟัง แต่จะอย่างไร ฉันก็มีใจเอียงเข้าข้างเธออยู่นั่นเอง ฉันเพียงจะขอร้องเธอว่า จะรู้อะไร เห็นอะไรในตึกนี้ขอจงระงับอยู่แค่เธอ และจงเลิกเอาใจใส่เสียเลย อย่า ยุ่งกับเขา"
ผู้จัดการพูดแล้วก็ถอนใจยาว ผมเองก็ถอนใจเฮือก นึกแล้วว่าคง
ถูกฟ้อง
"กระผมเรียนด้วยความสัตย์ กระผมไม่ได้ส่ายตัวส่ายใจเข้าไปหา
เรื่องนั้นเลย แต่บังเอิญจริงๆ กระผมเสียใจจนนอนไม่หลับ" ผมพูดด้วย ความจริงใจ ทั้งหม่นหมองที่มากลายเป็นคนที่น่ารังเกียจ ชอบสอดรู้ สอดเห็นเรื่องของคนอื่น
"ฉันรู้" ผู้จัดการว่า
"กระผมกลุ้มใจทั้งคืน รู้ตัวว่าคนทั้งสองนั้นโกรธผม สังเกตได้
จากที่พบกันในวงดนตรีแกมองกระผมอย่างรังเกียจ และยิ่งเมื่อเช้านี้ กำลังรับประทานอาหาร คุณเรณูมีกิริยามึนตึงไป กระผมก็รู้ว่ากระผม ถูกฟ้องแล้ว เวลานี้กระผมนึกอยู่ว่าจะทำโทษตัวเอง จะลาจากตึกนี้ไป นอนบ้านกระผม เช้ามาทำงานเย็นกลับไป กลางคืนมาสอนดนตรี เลิก แล้วกลับบ้านตามปกติที่คนอื่นๆ เขาทำกัน จะดีไหมครับผม กระผม ไม่กล้าสู้หน้าเขาจริงๆ กระผมผิดจริงๆ ครับ เกิดอยากดูสวนดอกไม้ ที่ปลูกในตึกขึ้นมาว่าเขาทำอย่างไร จึงเดินเลยขอบเขตที่หวงห้ามเข้าไป จึงขอรับผิดเนรเทศตัวเองออกตึกนี้ไป"
ผมพูดไปด้วยความจริงใจไม่ใช่เกิดความเล่นตัวหรือน้อยใจตัวหรือ
โกรธใคร ผู้จัดการเงยหน้าวูบมองผมเมื่อกำลังพูด
"เธอทำไมพูดอย่างนั้นเล่าสมัย เธอหยุดคิดอย่างนั้น ฉันต้องการเธอ