ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/30

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
30
 

๓๐

เธอต้องเป็นเพื่อนฉันเสมอ ความผิดนั้นไม่รุนแรงอะไรเลย และทั้งก็ไม่ มีใครกล้าจะมาพูดอะไรได้ ถ้าฉันต้องการเธอ เรื่องคิดจะจากไปนั้น หยุดคิดได้ อย่าคิดอีกต่อไป" ผู้จัดการพูดลงท้ายด้วยเสียงบังคับ ตลอด คำพูดของท่านช่างรักและเมตตาผมอย่างเห็นชัด รู้สึกเกรงใจและรักน้ำใจ รีบยกมือไหว้และพูดว่า

      "ครับผม กระผมจะไม่จากคุณไปอย่างแน่" ผมนึกใจหายในคำว่าฉันต้องการเธอ เธอต้องเป็นเพื่อนฉันเสมอ โอย! ช่างเมตตาและยกย่องเอาขึ้นเป็นเพื่อน ในระหว่างที่พูดกันอยู่นั้นใจผมนึกอยู่ว่า พรุ่งนี้ต้องระเห็จไปวัดระฆังอีกแล้ว ไปเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้คุณนพฟังทั้งหมด คืนนั้นเล่นดนตรีไม่สนุกเลย แต่ยังชั่วที่สบตากับคุณมาลีเห็นยังมีแววเมตตาอยู่มาก ก็คลายใจหายทุกข์
    เลิกดนตรีแล้วผมก็กลับห้องของผม พอนั่งพักที่เก้าอี้ ชั่วอึดใจก็มีเสียงใครเคาะประตูเบาๆ ผมฉงนนัก นับแต่มาอยู่ในตึกนี้เมื่อผมเข้าห้องผมแล้วไม่เคยมีใครมาเรียกผมเลย ถ้าจะเป็นคุณสวัสดิ์กระมัง ผมรีบไปเปิดประตู พอบานประตูเปิดออกผมก็แทบหมดลมหายใจ เพราะคนที่มาเรียกคือคุณมาลี ผู้เป็นยอดแห่งความฝันของผม ผมเซถอยหลัง คิดไม่ถึงว่าคุณมาลีจะมาดังนี้ เธอรีบผลักประตูเข้ามาแล้วหันปิดลงกลอนไว้ดังเดิม ผมรีบวิ่งไปยกเก้าอี้ให้เธอนั่ง
      "สมัย เธอมีทุกข์ร้อนหรือ?" เธอเรียกชื่อผมอย่างกันเองดังเคยสนิทสนมกันมานานปี หรือเคยเป็นที่รักกันมาอย่างดูดดื่ม ผมรู้สึกหัวใจวูบซาบซ่าน
      "ครับ" ผมตอบรับ "ผมกลุ้มใจในความผิดเมื่อคืนวานนี้" ผมว่าและนึกรู้ทันทีว่าเรื่องของผมเมื่อคืนนี้ถูกพูดรู้กันหมดแล้วทั้งตึก
      "เรื่องเล็ก" คุณมาลีพูดแล้วยิ้ม "ไม่มีอะไรมากเลย ทำไมสมัยจึงคิดจะจากตึกนี้ไป"