หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
49
๔๙
อย่างครื้นเครง
"ตอนแรกคิดจะหนี แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอม เพราะเขาให้ความสุขเราในขณะนี้" ลูกเขยในตระกูลนี้พูดอะไรแปลกๆ ฟังกันเผินๆ ก็เห็นว่าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์และรักเมียเขาเหมือนอย่างผมรักมาลี ถ้าไม่คิดว่าเขาเป็นเขยก่อน ผมจะพูดกระทบให้รู้สึกตัวที่ทำใจไม่น่ารัก
"เดี๋ยวนี้คิดจะหนีอีกเป็นไง" ผมอดกระเซ้าไม่ได้ เขาหัวเราะอย่างชอบใจ
"ตอนนั้นผมกลุ้มใจจริงครับ ที่คิดหนีเมียเพราะว้าเหว่เหลือเกิน" เขาพูดแก้ไปตามเรื่องของเขา แต่ก็แปลกหูอีกนั่นแหละ อยู่กับเมียและญาติข้างเมียเยอะแยะยังพูดว่าว้าเหว่ จริงอยู่การมาอยู่กับเมียแต่ห่างพ่อห่างแม่ก็ว้าเหว่ได้เหมือนกัน แต่เราลูกผู้ชายนี้จำเป็นมีขึ้นก็ต้องอดทน พ่อล้มละลายแล้วยังจะไปเกาะกินอยู่อย่างไรเล่า แต่ถ้าสงสารพ่อตอนนี้ก็พอมีจะส่งไปให้ใช้จ่ายได้บ้างแล้ว
"คุณสวัสดิ์นี่อยู่กับเมียสวยๆ ยังจะว้าเหว่" ผมเย้าเล่น
"คุณยังไม่รู้เรื่องครับเรื่องของผมมันมาก" เขาพูดและยกมือข้างหนึ่งชูนิดหน่อยคล้ายหมอศาสนากำลังจะกล่าวคำสอน
"คุณสมัยเอ๋ย ผมน่ะมันเป็นชายที่จนหนทาง บิดาทำการค้าใหญ่ที่นครสวรรค์ ผมเรียนหนังสือสำเร็จแล้วก็ช่วยบิดาทำการค้า กิจการก็ยังไม่ดีนัก ผมก็พบกับคุณจิตราและเราก็รักกัน คุณจิตรากำพร้าบิดามารดามีที่พึ่งอยู่ก็คือนายห้างที่นี่แหละครับ และนายห้างก็จัดแต่งงานให้ แต่ให้ญาติอีกคนเป็นผู้จัดการให้ นายห้างเป็นเพียงคนออกเงินทองในงานของเรา ผมช่วยบิดาทำงาน แต่ไม่ค่อยถนัดนัก ส่วนคุณจิตราไม่เอาเลยขอรับหน้าที่แม่บ้านขลุกอยู่กับบ้านไม่ยอมพบปะสมาคมกับใครเลย มีนิสัยเดียวกับคนที่ตึกนี่แหละให้ตายซี บิดาผมชักบ่นๆ และขอร้องให้เธอ