หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
50
๕๐
ออกพบคนเสียบ้าง แต่เธอก็ไม่เอา หนักๆ เข้าบิดาผมก็ชักไม่พอใจผมชักใจไม่สบายเลย คิดเช่าบ้านอยู่เป็นพิเศษเพียงสองคนผัวเมีย ต่อมาการค้าของเราเลวลง ถูกพ่อค้าด้วยกันหักหลังบ้าง เลยขาดทุนขนาดล้มละลาย" เขาหยุดพูดหน่อยหนึ่งคล้ายจะสลดใจในชีวิตของเขาแล้วพูดต่อ "ห้างถูกยึด บ้านถูกยึด เลยต้องเฮมารวมกับผมที่บ้านเช่า เอาละซียุ่งพิลึก เมียผมไม่ชอบคนมากและบ้านคับแคบวุ่นพิลึก แต่มันก็วุ่นจริงๆ คุณเอ๋ย ผมไม่มีงานทำ พ่อก็ล้มละลาย ญาติๆ พอส่งเสียให้ใช้บ้างแล้วผมสองผัวเมียจะอยู่แทะกระดูกพ่อแม่อยู่อีกหรือ ถึงได้จรมานี้แหละคุณ คุณรู้ไหมว่าทำไมเมียผมไม่ชอบคนมากๆ เพราะ..." เขาหยุดแค่นี้ ดูเหมือนว่าจะคิดได้ว่าไม่ควรจะพูดอะไรอีก ครั้นพูดต่อไปก็กลับพูดเป็นอื่นไม่ต่อเรื่องเก่า
"เอาเถอะครับ... ผมไม่พูดอะไรอีกละครับ แล้ววันหน้าคุณก็รู้เองว่าเราสามคนคือผม คุณสมัยและคุณสุรินทร กำลังมีชีวิตอยู่ที่ไหนในเวลานี้น่ะ คุณค่อยดูไปเถอะ ถ้าคุณรู้เข้าวันไหนก็โดดโหยงเลยเทียวคุณ"
เขาหยุดพูด ทิ้งความไว้แค่นั้น ผมชักโกรธหน่อยๆ ที่เขาชอบพูดอะไรขยักๆ ไม่เต็มเรื่อย นี่ดีแต่ไมใช่ในสังคมเป็นเพียงตัวต่อตัว ถ้าในสังคมเขาจะพากันตำหนินัก เรื่องอะไรถ้าไม่พูดก็อย่าพูดเลย อ้ายพูดแล้วขยักไว้สังคมถือนัก แต่สำหรับผมไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปคาดคั้นให้เขาพูดอะไรจบเรื่อง เมื่อไม่พอใจก็นิ่งไป เป็นอันว่าการคุยของเราก็จบลง รับประทานอาหารอะไรเสร็จแล้วก็กลับเข้าทำงาน
ผมยังติดใจคำพูดของเขาตอนท้ายที่ว่า ถ้าคุณสมัยรู้ว่ากำลังมีชีวิตอย่างไรและอยู่ที่ไหน ถ้าคุณรู้เมื่อใดจะโดดโหยงไปเลย มันอะไรกันเล่า พูดแปร่งๆ หูพิลึก ทำให้ผมคิดไปต่างๆ นานา การที่เราอยู่ที่ตึกนี้และทำงานที่นี่มันเป็นอย่างไรกัน ถุย หนุ่มที่เป็นลูกคนล้มละลายนี่พูดจาเอาหลักอะไรไม่ได้ แกสับสนอย่างนี้นี่เล่าจะไปช่วยพ่อทำการค้า