ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๑) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/77

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
77
 

๗๗

เราก็ฟาดน้ำตาลเมากันไป ยิ่งสายเข้าๆ ดีกรีก็ยิ่งเพิ่ม เพราะเมื่อขามาเราเล่นเหล้าจีนเข้าไปหลายกร๊วบ พอมาผสมกันเข้าสตีมก็ขึ้นไว พอคุณนพฉันอาหารเสร็จแล้วอาหารของเราก็ยกมา

      "อาหารฤดูนี้ต้องอภัยแก่ชาวบ้านนี้บ้างนะ น้ำแห้ง ปลาสลิดไม่มีเลย" พี่ใหญ่ของอภัย
      ผมดูอาหารแล้วก็รู้สึกว่าอร่อยดีไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร ต้มยำปลากรอบ ปลาสลิดปิ้ง เนื้อเค็มปิ้ง น้ำพริกส้มมะขาม โอย เท่านี้โลกก็เป็นของเรา น้ำพริกคลุกข้าว เนื้อเค็มแกล้มแล้วซดต้มยำปลากรอบที่ใส่ส้มมะขามและมะม่วงซอย พริกแห้งเผาไฟแล้วเด็ดโรย มันทั้งโปร่งทั้งอร่อยถึงใจนัก สุราเป็นอย่างเอก นานๆ จะได้พบอย่างนี้
      ตอนบ่ายทางบ้านพี่ใหญ่ได้ไปซื้อเครื่องทำอาหารเลี้ยงพระเช้าที่วัด พวกเราทุกคนก็ช่วยกันจ่ายเงินช่วยเพราะจะร่วมทำบุญ และเล่นสงกรานต์ด้วย สามสาวแม่ครัวว่าเขาขาดปลาสด จะทำน้ำยาและขนมจีนย่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นทำขนมจีนน้ำพริก กุ้งสดไม่มีใช้กุ้งแห้งๆ ที่ตากไว้เยอะพอทำน้ำพริกได้ อาศัยถั่วเขียวเป็นพื้น ตอนกลางคืนเราช่วยเขาโขลกขนมจีนแป้งที่หมักไว้สนุกได้การ แต่ตอนโรยเส้นนั้นพี่ใหญ่เป็นคนโรย พวกผู้หญิงก็ช่วยโขลกแป้งบ้าง ทำเครื่องน้ำพริกบ้าง มีการเฮฮากันพอดู แม้แต่คุณนพเองเป็นพระก็อดจะช่วยจับโน่นหยิบนี่ไม่ได้
      เช้าขึ้นเราไปตักบาตรกันที่วัดอย่างปีติใจ พี่ใหญ่ของเราได้เข้าหาหลวงพ่อและนำคุณนพเข้าหา หลวงพ่อรู้ว่ามีพระไปด้วยก็เชิญให้ฉันเช้าด้วยกันที่ศาลา คุณนพเฉลียวฉลาดพูดเก่งหลวงพ่อเลยชวนให้ช่วยรับแขกอยู่ที่วัดนั่นเอง คุณนพได้กราบขอเป็นศิษย์ทางไสยศาสตร์ที่ควรจะกระทำตัว ดังนั้น พวกเราเลยเฮกันกลับบ้านเล่นน้ำตาลเมาและอาหารเช้ากันอย่างขลุกขลักในการหุงต้มทำกับข้าว เล่นขนมจีนน้ำพริก