ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/104

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
111
 

กันก่อนคืนหนึ่งเสมอมา ยิ่งต่อมาปีหลังๆ พวกบ้านใกล้เรือนเคียงและห่างออกไปก็ร่วมมือศรัทธาด้วย เลยครึกครื้นเป็นการใหญ่

     วันนี้ผมก็เป็นผู้ร่วมบุญด้วย จึงนำเงินและผลไม้มาร่วมที่บ้านปู่อ่ำ แต่มาค่ำไปหน่อย เพราะมีธุระ ถ้าไม่ติดธุระก็มาแต่เย็นแล้ว เรื่องเดินค่ำๆ ในละแวกนี้ออกจะมืดและเปลี่ยว ผมไม่รู้จักทางเดินของสวนมะลิดีที่มีหลายทาง ที่มาจากทางวัดเทพศิรินทร์ก็ได้ ทางวัดโคก (วัดพลับพลาไชย) ผมเคยถนัดเดินแต่ทางวัดจางวางดิษฐ์ (วัดดิสานุการาม) วัดจางวางพ่วง (วัดเทวีวรญาติ) เท่านั้น ทางนี้น่ะซีคุณเอ๋ย เวลาค่ำคืนในสมัยห้าสิบปีมาแล้วไม่ไหวทีเดียว ทั้งเงียบและมืด เป็นวัดที่มีการเผาศพได้แหละคุณ มันก็ต้องมีป่าช้า ถ้ามาคนเดียวกลางคืนไม่ค่อยสมัครใจ กว่าจะพ้นวัดแล้วเข้าสู่ทางเดินตำบลสวนมะลิใจคอไม่สบาย แต่วันผ้าป่าของตระกูลนี้ผมจะขาดก็ใช่ที่ เพราะต่างคนต่างมาร่วม ใครมีมหรสพใดๆ ที่พอจะมีก็นำมาแสดงฉลองกัน นับแต่ดนตรีตีเกราะวง เป่าปี๊บเป็นเพลงลิเกสมัครเล่นธรรมดา ลิเก ลำตัด... ส่วนผมมีวิชาชอบไปทางแหล่เทศน์
      ในวันที่ผมก้าวขึ้นบันไดบ้าน จึงไม่ต้องพูดกันละว่าบนบ้านมีคนเท่าใดและมีเสียงอึกทึกเท่าใด เพราะว่าทั้งผู้ศรัทธาบริจาคแท้ๆ และทั้งผู้ศรัทธาบริจาคเงิน และตัวเองเป็นตัวมหรสพด้วย จึงมากมายเอาการ ถ้าบ้านธรรมดาเห็นจะบรรทุกคนไม่ไหว แต่บ้านนี้มีที่ให้พลบ้านนั่งและเฮฮาได้เพียงพอ มีหลายซอกหลายมุมที่จะให้คนเลือกจับกลุ่มเอา
      คืนนั้นมหรสพต่างๆ ได้แสดงกันพอหอมปากหอมคอคนละชนิดสับกันไป พอเขาแสดงกันหมดพุงก็หยุด ให้คณะอื่นขึ้นมาบ้างสับกันไปไม่รู้จบ แต่มีอยู่คณะหนึ่งคือ นายใยนายกี่นั้นเขาชอบมวย แต่ก็หาควรจะมาแสดงบนบ้าน ที่ถูกควรไปแสดงที่วัดในวันรุ่งขึ้น แต่แกก็อยากแสดงเสียจริงๆ ถึงกับกราบไหว้ใครต่อใคร หยักรั้งผ้านุ่งขึ้นไปตั้งท่ามวยทั้งนายกี่นายใยพรรคพวกก็เอาปากทำปี่ทำกลอง โฮ้ย คุณเอ๋ย! หนวกหูสิ้นดี บ้านมันพื้นไม้นี่คุณ โดนเต้นมวยเข้าหูจะแตก เฉพาะปี่ชวานั้นชั้นแรกก็เสียงเดียว