หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
112
ตอนทำเพลงสะระหม่าให้ร่ายรำ แต่ตอนเข้าพันตูซิคุณเอ๋ย มีเสียงปี่ตั้งสิบเลาเห็นจะได้ เพราะง่ายมาก ไม่ร้องเป็นเสียงปี่ละใช้เนื้อความทีเดียว "ได้ทีทำไมถึงไม่ทำ ติ๋แลติ๋แต้ แตติ๋แตตะแล่แต่" เสียงกลองก็เปลี่ยนเป็น "ได้ที...แต่ยังไม่ทำ เอ้า...จ้ำให้ตูดจ้ำเบ้า เอ้า...จ้ำให้ตูดจ้ำเบ้า"
ชุดนี้ไม่ค่อยนานนัก ทั้งปี่ทั้งกลองก็หมดแรงไปพร้อมๆ กับนักมวย พวกปี่พวกกลองปากจะเป็นตะคริว พวกนักมวยเหนื่อยเข้าขอนั่งลงกินเหล้าก็เลยเงียบกันไป บทสรุปจึงมาลงเอาผมละซี แหล่ต่างๆ ผมว่าเสียคอแทบแห้ง เลยไม่ไหวเหมือนกันถึงต้องหยุด ตั้งวงกินข้าวต้มกัน ในระหว่างที่นั่งกินข้าวต้มกันนั้นปู่อ่ำนั่งรวมอยู่ด้วย ผมก็ถามแกขึ้นว่า
"ผ้าป่าผีตายนี่นะ ยังไงกันจ๊ะปู่"
"ผ้าป่าผีตาย มันอีกอย่างหนึ่ง สนุกกว่านี้" แกว่าและหยุดพุ้ยข้าวต้ม
"สนุกไงจ๊ะ?" ผมถามโดยอยากรู้เพิ่มเติมไว้ โดยได้ยินใครต่อใครเล่นกันมาหลายวิธี
"โอ้ย! ผีตายจริงๆ ก็มี ผีปั้นด้วยดิน ผีผูกฟ่อนหญ้าเอากระดาษปิดหุ้มก็มี เอาคนทำเป็นผีตายก็มี" แกว่าไว้หลายวิธี
"ปู่ช่วยเล่าชนิดผีตายจริงๆ ทีเถอะจ้ะปู่" ผมอยากฟังที่สุด วางชามข้าวต้มแล้วลงกราบแก
"อ๋อ ผีตายน่ะ ไม่ได้ทำกันอย่างเราทำนี่หรอก" แกว่า "เขาทำกันเงียบๆ ปิดบังไม่ให้ใครรู้ เขาล้อพระเล่นอย่างหยอกๆ ล้อๆ" ปู่อ่ำอิ่มข้าวต้มคุย "พอตกค่ำเขาก็นำเอาศพที่จะเผาเอาออกจากโลง วางบนกระดานที่ทำให้กระดกได้ เพื่อว่าพระมารับผ้าไตรที่ศพ ศพก็จะกระดกขึ้นถวายผ้าให้พระ" พอถึงตอนนี้ใครๆ ก็พากันร้องโอ้โฮตามๆ กัน
"ไม่เหม็นหรือปู่" ผมถาม
"เหม็นซิ ถามได้ ศพเน่าแท้ๆ แล้วแต่ศพเก่าศพใหม่" แกว่า
"แล้วผ้าไตรวางไว้ที่ไหนล่ะปู่" อีกคนหนึ่งถาม
"วางที่ศพเลย แต่เขาเอาใบตองวางบนศพ แล้วจึงวางผ้าไตรบนนั้น"