ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/117

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
124
 
      "หลานเอ๋ย เรามันยากจน ต้องเจียมตัวและอดทน แม้จะหิวแทบไส้จะขาดก็ต้องทนเอาลูกเอ๋ย เจ้าประคุณข้าวเจ้าประคุณปลาที่กินกันทุกวันนี้ก็ได้มาจากก้นคลองนี่แหละ เศษทองแดงทองเหลืองไปขายเป็นสตางค์มาได้ก็พออิ่มท้องไปมื้อหนึ่งๆ ตอนที่ยังหาไม่ได้ หิวขึ้นมาก็กินน้ำถ่วงท้องไปก่อน ก้มหน้าร่อนเศษผงไปวันๆ ก็พอมีข้าวกิน อย่าทำตัวเป็นขโมยเขากินเลยลูกเอ๋ย กินไม่สบายคอหรอก เขาแช่งเขาด่า เราหากินสุจริตไม่มีใครมาชี้ด่าเราได้ เมื่อกี้ก็ยังได้กินข้าวต้มปลาที่เอ็งชอบ สมกับที่เหนื่อยมาทั้งวัน" เสียงที่แกพูดนั้นชักจะอ่อยๆ เพราะความง่วง ผมหมดศรัทธาจะขโมยเรือลำนี้อีก นึกสงสารอ้ายน้อยหลานชายยายกล่ำ ที่ต้องกินน้ำประทังความหิวไปก่อนกว่าจะได้สตางค์มา ผมเห็นมันร่อนเศษผงช่วยยายกล่ำตลอดวันเป็นประจำ มันจะได้กินอะไร ลอยคออยู่ในน้ำกับตะแกรงสังกะสีที่ร่อนเศษผง ชีวิตอ้ายน้อยถ้ามาเทียบกับผมซิ ผมมีขนมกินเสมอ เพราะมีมือว่องไวฉกชิงมาได้
      สมัยนั้นกรุงเทพฯ ใช้รถสามล้อถีบด้วยเท้า เวลาขึ้นสะพานพุทธถีบไม่ไหวต้องลงเข็น พวกผมก็ไปหากินที่นั่นกัน รับจ้างเขาคนละห้าสตางค์เข็นดันท้ายวันๆ ก็ได้หลายสตางค์ ปะเหมาะวันไหนบรรทุกผลไม้ แม่ค้าเมตตาก็แจกให้กินบ้าง ถ้าเจ้าไหนหวงก็แอบหยิบเลยเฉยๆ ถ้าเจ้าของเห็นเราจะวิ่งลงบันไดข้างสะพาน เราเรียนรู้มาจากหัวหน้าซ่องว่า จงเข็นไปจวนจะบ่ายหัวลงจึงทำการโจรกรรมได้ เพราะรถมันหนักมันจะวิ่งลงอย่างยั้งไม่ได้ ไม่มีใครจะกล้าโดดรถมาไล่กวดจับเราได้ ลงเนื้อเข้าปากเสือแล้วอย่าหวังเลย ลงวิ่งบันไดข้างได้แล้วไม่ว่าจะข้างซ้ายข้างขวาหวานคอพวกเรา จะวิ่งลัดไปทางชายน้ำเข้าท่าโรงยาเก่าก็สบาย หรือจะวิ่งเข้าทางตรอกข้างที่ทำการไปรษณีย์หนึ่ง โอย มีหนทางพรุนเลย บ้านกระต๊อบเยอะแยะ มีทางแยกหลายทาง หรือวิ่งอ้อมออกหน้าตึกที่ทำการวกลงตรอกชายแม่น้ำไปทางโกดังสินค้าจีน ยิ่งสับสนนัก ตามยาก
      ผมเคยแอบเอาขนมไปให้อ้ายน้อยมันกิน มันดีใจรีบแอบกินด้วย