ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/119

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
126
 

กระเป๋าสตางค์ออกมาจะให้ค่าหมอเมื่อดูเสร็จแล้ว ผมก็พบทางทันทีทันใด

      ไม่มีเวลาคิดกันละว่าในกระเป๋านั้นจะมีเงินเท่าไหร่ ผมโดดเข้าคว้ากระเป๋านั้นจากมือหญิงชรา พร้อมกับผลักให้แกล้มลงด้วย เกิดความเอะอะโกลาหลอยู่ไม่น้อย ผมออกวิ่งบ่ายหน้าเข้าตรอกข้างตึกแถวที่จะนำไปสู่หมู่กระต๊อบเกะกะในที่ว่างของบริเวณที่ทำการ ป.ณ.๑ มันมีทางแยกจะบังเหลี่ยมบังคูได้มากมาย เหมาะแก่การโจรกรรมชั้นเด็กดีมาก ในขณะที่ผมกำลังถลาออกจากแหล่งนั้น รู้สึกว่ามีเท้าใครยกขึ้นเตะผมอย่างแรง แต่ผมโดดหลบหาบเจ๊กขายสับปะรดจิ้มพริกกะเกลือไปหวุดหวิด และเสียงโครมครามโฉ่งเฉ่งของตู้สับปะรดเจ๊กก็ดังขึ้นด้วยอำนาจเท้าใครคนนั้น ผมไม่ยักจะเหลียวดู แน่บข้างถนนเล็กตรงเข้าตรอก เสียงใครต่อใครเรียกตำรวจกันขรมไปหมด แต่แถวนั้นน่ะเรอะ ผมรู้ดีหาตำรวจทำยายากแต่มันบังเอิญจริงครับ ตำรวจเขาจะไปธุระที่ไหนไม่รู้เกิดผ่านมา เมื่อได้ยินเสียงร้องให้ช่วย ตำรวจก็ตามหลังผมจี๋มา แต่ระยะยังห่างพอหลบหลีกทัน จึงใช้ความชำนาญวิ่งวกวน โดยใช้ความคิดว่าจะไปทางไหนดี จึงตกลงใจว่าหนีไปทางซ่องดีกว่า หลังจากที่วิ่งเลี้ยวไปมาแถวหมู่บ้านกระต๊อบเหล่านั้นแล้ว ก็วกตัดจะออกทางหน้าตึก ป.ณ.๑
      คุณพระช่วย ผมคิดว่าตำรวจกับพวกที่วิ่งไล่จะตามผมไปทางโน้น โดยทำการวิ่งล่อวกวนไว้ แต่เขากลับดักยืนอยู่ที่ทางแยก ผมใจหายวูบ มีทางเดียวจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ ผมรีบโยนกระเป๋าสตางค์ที่แย่งมาได้นั้นโยนไปดักทางไว้ คิดแล้วว่าทุกคนจะต้องหยุดเก็บกระเป๋านั้น แต่ผมคิดผิดครับ ผู้ที่หยุดเก็บกระเป๋าก็มีแต่เพียงยายเจ้าของกระเป๋าเท่านั้น แต่ตำรวจไม่หยุด ผมจวนตัวจริงๆ แม้แต่หัวหน้าจะห้ามไว้ว่าอย่าได้วิ่งหนีเข้าในรังของตัวให้ปรากฎ ผมจวนตัวหมดทางจะคิด พอวิ่งเลี้ยวผ่านหนาตึกที่ทำการ ป.ณ.๑ ก็ตัดตรงเข้าตรอกข้างนั้นผ่านช่องที่อาศัย พอจะถึงช่องพัก เห็นหัวหน้ายืนเงื้อไม้ทำท่าจะตี ผมเลยแฉลบหลบไปอีกทางหนึ่ง วิ่งบุกอะไรต่ออะไรโดดลงแม่น้ำเลย แล้วว่ายเข้าใต้สะพานท่าน้ำ ใครต่อ