หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
131
"คราวหลังหนีอีก ก็ตีไม่เลี้ยงเลย" หัวหน้าด่าต่อเมื่อรถออกวิ่งแล้ว "อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบหนีมาเป็นอ้ายกุ๊ย อ้ายสัตว์นรก คราวนี้ยกเว้นไว้ก่อน จะเพียงสั่งสอน ขืนทำต่อไปเป็นโขลกกันหลังเปรอะละทีนี้" หัวหน้าด่าเปื้อนไปเป็นการเล่นละครกับแท็กซี่
"ฉันน่ะอยากกระหน่ำเสียวันนี้เลย ผ่าซี เดี๋ยวใครๆ เขาไม่รู้อะไรจะหาว่าอีแม่เลี้ยงมันไม่ดี เด็กจึงหนีไป" เมียหัวหน้าว่าเข้าให้ ผมนั่งนิ่ง เป็นแต่คอยระวังอยู่ว่าการเล่นละครของสองหัวหน้านี้อย่าเลยบทเจรจาถึงออกท่าทุบตีเข้าจริงๆ จะไม่เป็นการจริงอยู่ เขาทำพอประกอบเรื่อง แต่มันอาจจะเจ็บก็ได้ ไม่ใช่ตัวเขาเนื้อหนังของเขา ก็ตีให้สมบทสมบาทเราก็เจ็บเปล่าไป แท็กซี่เขานั่งเฉยไม่เห็นเขาถามว่าทำไมผมจึงหนีมา และหนีมารวมกับอ้ายกุ๊ยไหนบ้าง เขาขับข้ามสะพานพุทธฯ มาเลี้ยววงเวียนเล็กตัดมาคลองสาน แล้วหักหัวข้ามสะพานไปทางวัดเศวตฉัตร เรียกว่าถนนเลียบฝั่งน้ำเจ้าพระยา ถนนสายนี้ตัดและกรุยทางมานานแล้ว เพิ่งจะโรยกรวดเปิดให้รถเดิน สองข้างทางจึงเปลี่ยวบ้านคนไม่ค่อยมี มีแต่สวนหมากสวนมะพร้าวเสียมาก พอหนทางให้ช่องเช่นนั้น หัวหน้ากับภรรยาก็ลงมือทันที ชะโงกหน้าไปโอบคอแท็กซี่ เอามีดจี้ลูกกระเดือก ส่วนตัวเมียนั้นถือปืนพกจ่ออยู่
"ลงท้ายก็อีรอยเดียวกันทั้งนั้น" แท็กซี่ว่า
"เออ! ถูกแล้ว ควักเงินออกมาให้หมด และปลดของอื่นวางที่เบาะแล้วแกรีบลงจากรถไปโดยเร็ว" หัวหน้าตะคอก
"อุตส่าห์เล่นละคร" แท็กซี่ว่าแล้วหัวเราะก๊าก และทันใดนั้นเองเหมือนฝัน รถที่เรานั่งมามันละลายไปเสียแล้ว เราทั้งหมดลงมานอนหงายท้องอยู่ที่ถนนที่มืดและเปลี่ยว เสียงแท็กซี่คงหัวเราะก้องอยู่ แต่ไม่มีร่างกายอยู่เลย ได้ยินแต่เสียงหัวเราะรอบตัวเราไปหมดทุกด้าน เราสามคน รีบลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ นี่มันอะไรกันนี่ เรานั่งรถมา แต่รถไปไหน เรากลับมายืนอยู่บนถนนที่มืดอย่างนี้เสียงหัวเราะนั้นดังอยู่ในความว่างเปล่า และรอบๆ