ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/144

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
151
 

ผมนี้แต่เก่าเป็นบ้านท่านผู้ใดและตระกูลอะไร ก็โปรดอย่าทราบเลยครับ เอากันเพียงเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน และเนื้อที่ดินกลุ่มนี้มีอยู่หลายบ้านที่เป็นเพื่อนบ้านหรือร่วมตระกูลใกล้ชิดกับท่านผู้ใหญ่ของผมทั้งนั้น ซึ่งนับทั้งสถานีตำรวจพระราชวังบวกเข้าไปด้วย ซึ่งเดิมทีเดียวสถานีตำรวจนี้อยู่ในบริเวณตลาดท่าเตียน เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า "โรงพักท่าเตียน"

      ในถนนรอบกำแพงเมืองนี้ ถ้าจะนับถนนซอยลงแม่น้ำมีอยู่หลายท่าด้วยกัน จะขอนับให้ฟังแต่สะพานพุทธฯ ไปหาตำบลท่าเตียน ท่าที่หนึ่ง คือท่าวัดเลียบ ท่าที่สอง ท่าโรงยาเก่า ท่าที่สาม ชื่อท่ากลาง ท่าที่สี่ ปากคลองตลาด ท่าที่ห้า คือท่าตรงข้าม ซึ่งตรงกับประตูบ้านเก่าผม ท่าที่หก ท่าเตียน ท่าที่เจ็ด ท่าโรงโม่ ซึ่งต่อจากนี้ไปมีอีกมากท่าจะไม่ขอกล่าว
      ประตูบ้านเกิดผม เขาก็ก่อสร้างตามแบบเก่าละครับ ซึ่งในสมัยนี้จะไม่เห็นอีกแล้ว ประตูที่ใหญ่และหนาเทอะทะ เพราะสองข้างประตูที่ผ่านเข้าออกจะมีห้องของคนประตูอยู่ด้วย จึงทำให้ประตูหนาเทอะทะ ตลอดเวลาจะมีคนประตูนั่งอยู่หน้าห้องเสมอสองคน เพื่อรายงานกับคนเข้าออกที่จะมาหาเจ้าบ้าน พอพ้นประตูเข้าไป ทั้งสองด้านริมรั้วบ้านจะมีห้องทิมแถวติดเป็นพืดไปตลอดรั้วล้อมบ้าน ทิมแถวนี้ก่อสร้างโดยฝาถือปูนหลังคากระเบื้อง พื้นห้องยกพื้นด้วยไม้ ห้องที่กล่าวนี้เป็นห้องของบริวารบ้าง วงศ์ญาติบางคนบ้าง ส่วนตัวบ้านของท่านเจ้าบ้านนั้นอยู่ตรงกลาง พื้นที่บ้านใหญ่ตรงกลางนี้แต่ก่อนเขาเรียกกันตำหนัก แต่เราอย่าไปพูดกันเลย เราพูดกันว่าตัวเรือนก็แล้วกัน เป็นบ้านยกพื้นสูงใช้เสาใหญ่ๆ ปลูก รูปร่างเรือนอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีชานชาลาแล่นกลางที่สร้างด้วยอิฐและปูน
      ถ้านับจากซ้ายมือขึ้นไป หลังจากขึ้นบันไดปูนแล้ว เดินเล็กน้อยจะเข้าประตูรั้วอีกชั้นหนึ่ง เข้าสู่ชานชาลาใหญ่แล่นกลาง ด้านซ้ายมือมีเรือนขนาดใหญ่สองหลังแผ่นติดกัน มีแต่ฝาบ้านแต่ไม่มีฝากั้นเป็นห้องปล่อยโล่งเหมือนโรงโขน ไม่มีคนอยู่เลย ความใหญ่โตของเรือนแฝดนี้ทำให้