ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/157

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
164
 

ความชำนาญการจับปลาร่วมอยู่ด้วย เขาเล่าถึงวิธีหาปลาต่างๆ หลายวิธี ซึ่งพวกเราต่างสนใจ ตลอดจนการผจญกับภูตผีปีศาจที่เคยผ่านมา เช้านั้นในวงสุราของเราก็มีชีวิตชีวาขึ้น

      "ชีวิตผมเมื่ออายุสิบหกสิบเจ็ดปีซิครับ พิลึกพิลั่นละ" นายกล่อมยกแก้วดื่มหมดแก้ว แล้วชี้มือไปข้ามฟากคลองไปยังบ้านหลังหนึ่งที่เยื้องกับบ้านผู้ใหญ่เติม "บ้านนั้นแหละครับเป็นบ้านที่ผมอยู่อาศัย เดี๋ยวนี้เป็นบ้านที่ทำให้ผมจดจำและระลึกถึงอย่างไม่ลืมในชีวิต บ้านนั้นเป็นบ้านนายด่วนพ่อบุญธรรมของผม ตัวผมพ่อแม่สิ้นไปหมดแล้ว จึงได้อาศัยใบบุญพ่อบุญธรรมอยู่ ช่วยทำนาและเลี้ยงควาย พ่อบุญธรรมของผมมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง อายุเท่ากับผม แม่เธอตายไปนานแล้ว อยู่กันสองคนพ่อลูก ทำนากันตามกำลัง ไม่ร่ำรวยอะไรหรอกครับ ครั้นได้ผมมาเป็นผู้อยู่ในใบบุญ ก็ได้กำลังเพิ่มขึ้นพอทำพอกินกันไป"
      นายกล่อมหยุดพูด แล้วรินสุราดื่มรวดเดียวหมดตามนิสัย แล้วหยิบปลาเนื้ออ่อนทอดจิ้มน้ำจิ้มใส่ปาก
      "อ้ายผมนี่มันเสียอย่างเดียวละครับ รักคนง่าย" เขาว่า "พออยู่ได้ครึ่งปีก็เกิดรักแม่บุญยิ่งลูกสาวพ่อบุญธรรมนั่นแหละ"
      ตอนนี้พวกเราชักสนุกฮากันครืน พวกเราคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างครื้นเครงว่า
      "ตอนนี้ชักจะมีบทรัก"
      "เอ้า ต่อไปเถอะครับ" ใครคนหนึ่งร้องเตือน นายกล่อมดื่มสุราอีกทั้งบิปลาตะเพียนใส่เกลือตากแห้งจิ้มน้ำส้มเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง
      "เอาตอนลัดๆ เลยนะครับ" นายกล่อมว่า
      "ผมจะเล่าถึงมารชีวิตของผมให้คุณฟัง" นายกล่อมเริ่มเรื่อง "ต่อจากเราไปนี้สักหน่อยไม่ไกลนัก มีบ้านอยู่บ้านหนึ่ง เป็นบ้านผู้มั่งคั่ง คือบ้านเสี่ยเฮ้ง เป็นเจ้าหนี้ของชาวนาแถบนี้เกือบทั้งแถบเลย เขาเป็นพ่อค้าข้าวใหญ่ มียุ้งข้าวหลายยุ้ง ชาวนาบ้านใดกู้หนี้ยืมสินเขาไป ถึงปีต้องส่งข้าวให้เขา