หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
169
ผมก็เพ่งตาดูอย่างเงียบๆ ไม่กระดิกตัว ดูทีดูท่าก่อน ผู้นั้นจะมาไม้ไหนกับผม พลางคลำดูปืนยาวลูกซองให้แน่ใจว่ายังอยู่ดีหรือไม่พอเป็นเพื่อนอุ่นใจ ภาพนั้นนิ่งอยู่หลายอึดใจไม่กระดิกตัวเลย จนครู่ใหญ่ๆ จึงค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามาที่ห้างของผม อ้ายทุยกับอีเกฮึดฮัด ทำให้ผมอุ่นใจว่าแม้ผู้นั้นจะมาปล้นควายก็คงไม่สำเร็จ เพราะควายฮึดสู้ มึงเอาควายไปยากแน่ๆ ละหวา แต่พอร่างนั้นเข้ามาใกล้ แล้วเอาผ้าคลุมหัวออก พอผมเห็นหน้าในแสงเดือนอ่อนๆ เท่านั้นแหละครับ ผมดีใจจนใจเต้นกระท้อนแผ่นอก ผมผุดลุกขึ้นนั่ง แม่บุญยิ่งโบกมือให้ผมเงียบ ผมเลยเงียบตามที่เธอห้ามแล้วแม่บุญยิ่งก็รีบกระโดดขึ้นห้างผมโดยเร็ว ผมตัวสั่น เจ้าประคุณเอ๋ย ตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้ไม่เคยจะได้ใกล้แม่บุญยิ่งโดยสองต่อสองอย่างนี้ พบหนีหายไปกลับมาครั้งนี้ใกล้กันในที่มืดๆ และปราศจากตาคนจะรู้เห็น
"ทำไมไม่ขึ้นบ้าน?" ผมถามเธอ เธอกลับโบกมือห้าม
"อย่าให้พ่อรู้ว่าฉันมา" เธอว่า "ฉันกลัวพ่อ เพราะฉันเลวทรามที่สุด ไม่กล้าเข้าหน้าพ่อได้เลย และก็ไม่เหมาะจะเป็นลูกของพ่อ"
"โธ่! แม่ยิ่ง พ่อไม่ใช่คนใจดำนะ แม้จะโกรธก็ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น" ผมว่า
"ไม่ได้" เธอพูดสั้นๆ และเบาพอได้ยิน เพราะกลัวจะดังไปถึงบนเรือน "ฉันมานี่เพื่อจะมารับผิด ฉันรู้ว่าพี่กล่อมรักฉัน แต่ฉันมันเลว ใจง่ายหลงคำพูดพวกบางกอกจึงหนีตามเขาไป เดี๋ยวนี้เขาทิ้งฉันเสียแล้ว ฉันเสียใจเหลือเกิน ฉันอยากตาย อยากตายเหลือเกิน คนอย่างฉันอยู่ก็รกโลก"
"โอ๊ะ! อย่าคิดสั้น เราเกิดยากนะแม่ยิ่ง คิดหักใจเข้าหาพ่อดีกว่า พ่อแกไม่ใจดำจะทิ้งแม่ยิ่งได้หรอก เราลืมเรื่องเก่าเสียเถิด มาต้งต้นใหม่" ผมก็ปลอบใจไปตามประสาของผม ตามลูกบ้านนาวัวๆ ควายๆ เธอก้มหน้าร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น ตามเรื่องของคนที่คิดผิดไปแล้วและกลับได้คิดหรืออีกนัยหนึ่งก็คิดสงสารพ่อบังเกิดเกล้า ผมมัวดีใจถึงแก่ลืมถามแม่บุญยิ่งมาได้อย่างไรมืดๆ ค่ำๆ ในถิ่นนี้ จึงถามเธอไป