หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
80
เร่ร่อนนั้นไป อีกสองวันลิเกคณะนี้จะเล่นที่วัดพนัญเชิง โดยเจ้าภาพให้เล่นแก้บนที่เขาบนหลวงพ่อไว้สำเร็จผล ผมจึงเป็นกองโยธาขนเครื่องขนฉากทั้งหมดลงเรือ พ่อปุ๋ยเป็นพระรองหรือพระเอกตัวที่สองของคณะนี้ผมเลยมีน้ำหนักอยู่บ้างในคณะนี้
ครั้นถึงวันกำหนดจะแสดง ทางคณะเกิดกลุ้มใจที่นายกระจ่างตัวพระเอกไปเยี่ยมญาติป่วยหนักที่บางปะหันว่าจะรีบกลับให้ทันเวลาแสดงทางคณะปลูกโรงติดฉากรอคอยอยู่ก็ยังไม่เห็นมา ตกเย็นก็ยังไม่มา ตัวนางเอกผู้เป็นหลานโต้โผบ่นและแสดงความกังวลมากกว่าใครๆ เพราะเขาถูกขากันดีทั้งคู่ เป็นตัวชูโรงของคณะนี้ นายอู๋โต้โผบ่นจนหน้าเมื่อยนั่งกอดเข่า พอได้เวลาพิณพาทย์ก็โหมโรงสาธุการ พระเอกยังไม่มา พ่อปุ๋ยเพื่อนใหม่ของผมจะต้องเลื่อนขึ้นเป็นพระเอกแทนในคืนนั้น ผมสังเกตว่าตัวนางเอกไม่ค่อยจะพอใจนัก แต่งตัวไปชะเง้อคนคอยดูนายกระจ่างไป นายอู๋โต้โผรู้ใจหลานสาวได้พูดปลอบใจนางเอกหลานสาวต่างๆ นานา และทั้งได้ปลุกปลอบพ่อปุ๋ยของผมให้พยายามทำหน้าที่ให้สมกับตำแหน่งพระเอกในคืนนี้ให้จงได้
ในระหว่างที่วุ่นวายกันนั้นเอง นายกระจ่างพระเอกก็กระหืดกระหอบมาแล้วรีบเข้าผัดหน้าแต่งตัว นางเอกดีใจจนน้ำตาไหล พ่อปุ๋ยมองเห็นแล้วหน้าจ๋อยเลย ทุกคนต่างดีใจล้อมหน้าล้อมหลังนายกระจ่างทุกคน พ่อปุ๋ยยิ้มหน้าเศร้าๆ ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าพ่อปุ๋ยของผมติดเนื้อต้องใจนางเอกอยู่ แต่แม่รูปงามนางเอกหลานโต้โผซิดูจะเต็มใจเปี่ยมกับนายกระจ่างพระเอกมากกว่า ผมหายใจสะท้อน มาเห็นเช่นนี้เข้าก็นึกถึงตัวเองที่เร่ร่อนมาก็เพราะรักเขาข้างเดียวจึงต้องระกำมา พวกนางรองๆ มาก็ดูพอใจนายกระจ่างทั้งนั้น เมื่อเห็นพ่อปุ๋ยหน้าเศร้าก็ชักจะมียิ้มๆ และถากถางกันอย่างครึ่งเล่นครึ่งจริง เรื่องทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องของผมเลย แต่เดือดใจแทนพ่อปุ๋ย เพราะพ่อปุ๋ยเสมือนผู้อุปถัมภ์ผม ใจผมอยากจะเข้าไปเตะก้นคนละโครมสองโครม ยิ่งแม่พวกผู้หญิงด้วยแล้วอยากเตะให้หนัก