ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/81

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
88
 

ถ้าอยากสนุกขอให้เล่นกันแค่นั้นเถิด อย่าเข้ามาในเขตสุสานเลย

      พวกเราทั้งหมดเลยล่าทัพนั่งไหว้พระกันเป็นแถว แล้วลาท่านออกจากวัดมา เดินจากตรอกตรงออกสู่ถนนใหญ่แล้วต่างแยกทางกันกลับที่พักแห่งตัว ผมกับพี่ใหญ่น้าเกื้อกลับบ้านอาบน้ำแล้วนอนกันสบาย ตื่นเช้าก็ไปทำงานหนักตามเคย พอตกเย็นก็ชุมนุมกันอีกที่บ้านพักมักกะสัน พอเมากันเต็มที่ก็ชวนกันเล่นกับผีอีกอย่างน่าหมั่นไส้ คราวนี้เตรียมเทียนไขกันมาหลายเล่มด้วยกัน ดิ่งเข้าวัด แล้วหันหน้าเข้าหาองค์พระเจดีย์ทั้งสององค์นั้นทันที จุดเทียนแล้วลองทดสอบทีละคน บางคนเดินไม่ได้ ออกเดินเป็นเทียนดับ แต่บางคนจุด เดินได้เดินเร็วแทบเป็นวิ่งเทียนก็ไม่ดับ จึงเกิดเฮฮากันขึ้น ใครไฟไม่ดับก็อ้างว่าผีกลัวตัว พวกที่เทียนดับก็สันนิษฐานว่าอาจจะโดนช่องลมเข้าพอดีเทียนก็ดับไป จึงมีการดับบ้างไม่ดับบ้าง
      น้าเกื้อพูดว่าข้าจะลองบ้างโว้ย สนุกดีแฮะ พูดแล้วก็จุดเทียนเข้าเดินรอบองค์เจดีย์ รอบองค์แรกยังไม่เป็นไร พอเข้าองค์ที่สองผมยืนดูอยู่ มันเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ผมเห็นชัดแก่ตาทีเดียว มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินแซงหน้าน้าเกื้อ แล้วก้มหน้าลงเป่าเทียนน้าเกื้อดับลง ผมตะโกนร้องจนเสียงหลง มันน่ากลัวอะไรอย่างนั้น แล้วโดดเข้าเกาะพี่ใหญ่ น้าเกื้อไม่รู้เรื่องพยายามจะจุดเทียนอีก พี่ใหญ่ก็ไม่เห็นหญิงนั้น ผมเห็นคนเดียว แม่หญิงแกเป่าเทียนดับ ที่ตรงนั้นก็มืด แต่ก็มองเห็นตะคุ่มๆ เพียงน้าเกื้อคนเดียว จะว่าคนจริงๆ เข้ามาเป่าเทียน ก็ใครล่ะครับจะบุกเข้ามานุงนัวกับคนเมาในยามค่ำคืนที่วัดเปลี่ยวทั้งๆ ที่ตัวเป็นหญิงสาว
      ใครๆ เฮเข้ามาถามผม ผมปากสั่นฟันกระทบกัน แม่หญิงนั้นหน้าขาวซีดดับเทียนน้าเกื้อมันขัดกับตาแท้ๆ ต่างอ้ำอึ้งกันไปจะเชื่อไม่เชื่อผมก็ตาม มันเป็นยามค่ำคืนที่เสียบสงัด มีแต่เสียงนกกลางคืนร้องบนยอดไม้ น้าเกื้อเชื่อผม พี่ใหญ่เชื่อผม เลยพากันกลับออกจากวัดแล้วแยกทางกันกลับบ้าน คืนรุ่งขึ้นเลยงดการเล่นกะผี เพราะถือว่าเสียฤกษ์ เราสามคนหยุดอยู่บ้านไม่ไปที่มักกะสันหลายคืน แต่ในที่สุดพวกนั้นก็มาตามไปอีก และ