หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
89
เมื่อเมาเข้าแล้วก็เหมือนมีมนต์ของผีเรียกให้ไปเล่นเช่นนั้นอีก ผมเป็นรุ่นน้องเล็กพูดขอร้องขึ้นพวกพี่ๆ ก็เอามือตบหัวเล่น
"อ้ายน้องชาย ถึงเวลาจะฝึกความกล้าแล้ว มึงมัวแต่แหยง มันก็แหยงเรื่อย" พูดแล้วเอามือลูบหัวผมเล่นเป็นหัวหมาที่น่ารัก ผมปล่อยตามใจเขา ทิดค่อนเป็นคนนำฝูง พอลัดหลังบ้านพักก็พบกับสวนฝรั่งสวนน้อยหน่า ข้ามท้องร่องท้องคูไปอย่างระหกระเหิน โดดข้ามแล้วตกร่องคลานขึ้นไปอีกแล้วก็ตกอีกเวียนวนนัก เดินบนหลังร่องก็แย่อยู่แล้ว เซหน้าเซหลัง เดินกันไปจนเห็นใครกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงมีไหน้ำตาลเมาวางกลางสุมไฟไว้สว่างที่กลางสวนนั้น
"เฮะ! ใครเฮะมาตั้งวงอยู่นี่" ทิดค่อนมักกะสันพูดและโบกมือให้พวกเราหยุด พวกในวงน้ำตาลเมาหันมาดูเราแล้วชูมือเรียกพวกเรา
"เอากะเขาเว้ย" ทิดค่อนว่า แล้วพวกเราก็ก้าวหน้าผงอนชุนเข้าไปแล้วนั่งลงทั้งๆ ไม่รู้จักกันเลย คิดเสียว่าประเดี๋ยวก็รู้จักกันเอง พวกนั้นไม่ฟังเสียงพอเรานั่งเขาก็รินน้ำตาลเมาส่ง ทิดค่อนรับกะลาน้ำตาลเมาดื่มรวดเดียวหมดแล้วส่งกะลาคืน อีตอนส่งกะลาคืนนี่แหละผู้รับก็เงยหน้าผู้ส่งก็เงยหน้าตรงกัน
"เฮ้ย! อ้ายต่อม" ทิดค่อนออกเสียงเหมือนตะโกน ผงะหนังตาเบิกกว้าง คนที่ถูกเรียกว่าอ้ายต่อมพยักหน้าแล้วยิ้ม แล้วมีเสียงใครอีกคนพูดแซงขึ้นมาว่า
"ข้ากลัวเอ็งจะลำบากเข้าไปในวัดเลยมาคอยอยู่ที่นี่" ทิดค่อนหันขวับไปทางเสียงนั้น
"อ้ายเมี้ยน!" แล้วทิดค่อนก็หงายหลัง
"ผีหลอก!" นายหมันร้องขึ้น และผุดลุกขึ้นยืนสองมือตะกายลมจะหนีพรรคพวกชักระส่ำระสาย ผมเองแทบหายเมา ทะลึ่งขึ้นยืน พวกเราทั้งพวกอลวนไปหมด จะอยู่จะไปบอกไม่ถูก ทันใดนั้นเอง พวกวงน้ำตาลเมาเหล่านั้นจางหายไปหมด ไฟที่เห็นสุมสว่างตอนแรกไม่มีเสียแล้ว ที่นั้นมืด