ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๒) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/83

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
90
 

ตื้อไปเลย คราวนี้เองทุกคนก็ออกวิ่งทั้งๆ เคยกล้าหาญเข้าป่าช้ามาแล้วทุกคน แต่คราวนี้ขาแข้งสั่น ทิดค่อนลุกขึ้นเตะลมดังวืดๆ

      "มาๆๆ อ้ายต่อมอ้ายเมี้ยน มึงตายแล้วมาอาละวาดกะกู" ทิดค่อนพูดออกมานั้นพรรคพวกก็รู้ชัดว่าอ้ายต่อมอ้ายเมี้ยนคือใคร เพราะไม่เคยรู้จักกับสองคนนี้เลย แต่ทิดค่อนรู้จักกัน เลยเกิดกลัวกันขึ้นทุกคน เตะต่อยลมกันไปแทบทุกคน ที่ทำนั้นมิใช่ทำเพราะกล้าหรือดุเดือด มันเป็นความกลัวล้นหัวใจ เลยเอาความบ้าเข้าช่วย แต่มันก็ยังกลัวอยู่นั่นเอง ไม่เคยคิดว่าจะเจอะอย่างนี้ แต่อาศัยการออกแรงเตะต่อยลมและหัวใจบ้านั้นทำให้เลือดแรงขึ้น ถึงได้พาตัวออกพ้นจากที่มืดน้้นมาได้ พอออกถนนใหญ่จึงตั้งสติได้
      "อ้ายสัตว์ต่อมสัตว์เมี้ยนหลอกกู กูเผามึงที่วัดนี้ แม่มึงอย่าผุดอย่าเกิดเลย หนอยหลอกกู" ทิดค่อนโกรธไม่หาย ด่าทอแช่งชักหักกระดูกผมกลัวจนสั่นไปทั้งตัว ทิดค่อนพูดอย่างนั้นไม่ถูก ทีเราพากันกวนเขาถึงป่าช้า พอเขามาเล่นงานบ้างไปแช่งชักเขาจะถูกหรือ แต่ผมไม่กล้าจะพูดอะไร ทิดค่อนเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนในกลุ่มมักกะสัน
      ในกลุ่มใหญ่พวกเราสงสารผม และน้าเกื้อพี่ใหญ่จะต้องเดินเปลี่ยวอีกไกล จึงเฮโลมาส่งเราสามคน พวกหนังสือพิมพ์คนหนึ่งชื่อวรรณ เขาเช่าบ้านอยู่ระหว่างกลางมักกะสันได้แวะบ้านเราสามคน พอผ่านบ้านนายวรรณ เราทั้งหมดก็ส่งจนถึงประตูห้องเลย แล้วจึงออกเดินมาส่งเราอีกมีนักหนังสือพิมพ์อีกสองสามคนบ้านอยู่ในพระนคร พวกมักกะสันก็ย้อนไปส่งทางประตูน้ำขึ้นรถที่นั่น ผมกลับเข้าบ้านแล้วไม่อยากพูดอะไรเลย เข้านอนคลุมโปงเลยรู้สึกเหมือนจะจับไข้