หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
15
"ไปซี" ยายพูดแล้วลุกขึ้นจะไปแต่งตัว แล้วหันมาทางผม "อ้าว เจ้าคำรีบหาเสื้อใส่เร็ว" ผมไม่อยากจะไปเลยกลัวเหลือเกินเรื่องการตาย แกตายแล้วยังมาหาเมื่อเช้านี้ ซ้ำยังไปหาศพแกอีกใครจะกล้า แต่จะไม่ไปนั้นก็ไม่ได้ จะอยู่คนเดียวที่บ้านไม่ไหวแน่ เมื่อเช้านี้ถ้ายายตาฝาดไปก็ไม่เป็นไร ถ้าเกิดน้าอั๋นมาจริงๆ ตามที่เห็น ถ้าผมเฝ้าบ้านคนเดียวแล้วน้าอั๋นสวนทางมาเยี่ยมผม ผมก็ตายเท่านั้นเอง ตกลงใจไปดีกว่าอยู่ สวมเสื้อแล้วก็ไปกันทั้งสามคน
เราเดินทางโดยเรือแจวที่พี่สอนเอามารับ ตลอดทางในคลองผมไม่เบิกบานจะชมนกชมไม้อย่างเคย ใจมันกลุ้มมันอลเวงอยู่ตลอดเวลา ยายกลัวจะช้าคว้าพายช่วยจ้ำหัวเรืออีกคนหนึ่ง ตอนท้ายพี่สอนเป็นคนแจว ผมเองพายไม่ค่อยออกแรงเท่าใดนัก เพราะไม่คิดอยากจะถึงเร็ว คิดว่าถ้าบ้านไกลกว่านี้จะดีมาก ต้องพักหยุดค้างที่บ้านอื่นก่อนแล้วค่อยไป จะพอผ่อนความวุ่นใจลงบ้างแต่ไม่เป็นผล เพราะบ้านน้าอั๋นจะถึงอยู่ในชั่วครู่นี่เองแล้ว
เรือเทียบตลิ่งหน้าบ้านซึ่งมีเรือจอดอยู่แล้วมากลำ มองขึ้นไปบนบ้านเห็นพวกบ้านใกล้และไกลมานั่งหน้าเศร้าๆ แววตามีทุกข์ร้อน มีคนมากก็จริงอยู่แต่ไม่มีใครพูดจากันเอะอะเหมือนศพที่ตายกันธรรมดา ตอนกลางคืนจะมีสวดพระอภิธรรมย่อมมีเสียงเอะอะพูดจาจัดงานกัน แต่นี่เป็นศพที่จะต้องรีบนำไปฝังในตอนพลบค่ำนี้ จึงไม่มีใครจัดทำอะไรกัน ด้วยว่าศพก็อยู่ในโลงแล้ว เพียงแต่รอญาติพร้อมเท่านั้น บางคนนึกแช่งผู้ที่มาช้า โดยเป็นผู้ถ่วงเวลาให้พลบค่ำที่ไม่เหมาะแก่การจะไปฝัง จะต้องขมุกขมัวอยู่ในป่าช้าขุดหลุมฝังกว่าจะเสร็จการก็มืดตื้อ ฟืนไฟบ้านเราจะเอาที่ไหนสว่างนอกจากดวงไต้แดงๆ ฉะนั้นทุกคนจึงมีสีหน้าไม่ค่อยดี บ้างก็เศร้าใจที่ตายแล้วก็ไม่ได้สวดกัน ดูคล้ายๆ รีบหามเอาไปทิ้ง บางคนที่มีหน้ากังวลนั้นเห็นจะมาจากเกรงภัยของไข้คราวนี้ที่ระบาดทั่วไป จึงหวั่นๆ ว่าจะ