ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/16

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
16
 

มาถึงตัว ส่วนผมไม่มีความกังวลตรงกับใคร กังวลก็แต่เรื่องผีเท่านั้นตายกันมากผีก็อยู่ทั่วไปและที่ใกล้ที่สุดก็คือผีน้าอั๋น การตายที่รวดเร็วและไม่ขาดวันก็เป็นที่น่าสะดุ้งใจและสลดใจอยู่ เห็นๆ กันแล้วมาตายจากไป คนบ้านนอกอยู่ในวงแคบๆ ใครตายใครอยู่ก็รู้จักกันหมดทั้งบาง สุนัขบ้านตรงข้ามคลองฟากโน้นหอนโจ๋ๆ สะท้านใจ ผมหันมองทางเรือนฝั่งคลองที่เสียงสุนัขหอน เห็นปิดประตูหน้าต่างเงียบ เขาคงไม่อยากจะสู้หน้ากับการมรณะในยามนี้ สุนัขก็มีโอกาสหอนตามใจมัน ไม่มีใครห้ามปราม ผมก้าวขึ้นบันไดตามยายขึ้นไปบนเรือนด้วยความท้อแท้ประหวั่นกลัว เลยแอบนั่งรวมๆ กับคนแก่ๆ ที่ระเบียงไม่ยอมขึ้นบนห้องบน ให้ยายแกเข้าไปแต่คนเดียว เสียงญาติร้องไห้พลางรำพันความดีของน้าอั๋นระงมเยือกเย็นไปทั้งบ้าน ผมหนาวใจอยู่แล้วเลยสะท้านขึ้นมาเลย เสียงยายร้องเรียกผมอยู่ในห้อง ผมจึงย่องหลีกคนไปลับๆ ล่อๆ ที่หน้าประตู ยายบอกว่าไหว้น้าเขาเสียซิ ผมลังเลใจ แต่กลัวยายก็กลัว กลัวน้าอั๋นก็กลัว ทางดีที่สุดรีบยกมือไหว้เสียที่ประตูนั่นเอง ยายก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมรีบถอยกลับลงมาที่พื้นดิน พอพวกญาติที่แข็งแรงช่วยกันยกโลงศพลงบันไดบนเรือนก็ร้องไห้กันโฮ

      "เวรกรรมพ่อคุณเอ๋ย ไม่ได้สวดให้สักจบเดียว ตายแล้วก็ทิ้งไป" เสียงคนแก่คนหนึ่งที่ผมไม่รู้จักนั่งพูดอยู่บนเรือนเสียงแหบแห้ง ผมหนาวเย็นจับใจขึ้นอีก ดวงอาทิตย์ต่ำลงมากจนลับไม้ ทุกๆ คนหน้าขาวซีด เขากลัวตายแห่งไข้ แต่ผมกลัวทุกอย่าง พอศพลงเรือ สุนัขบ้านตรงข้ามก็หอนขึ้นอีก เรือค่อยๆ เคลื่อนจากท่าแล้วแจวไปทางวัดอย่างเงียบๆ ไม่มีใครคุยกันเลย มีแต่เสียงแจวกระทบน้ำและระลอกคลื่นที่คอเรือดังเบาๆ เรือผ่านบ้านใคร สุนัขบ้านนั้นก็หอนและบ้านนั้นก็งับประตูหน้าต่างจนสิ้น ผมมีความรู้สึกครึ่งเป็นครึ่งตาย หายใจอยู่หรือเปล่าไม่ได้สังเกต พวกเด็กๆ บนบกพอเห็นเรือศพต่างวิ่งหนีหลบไป เสียงชาวบ้านพึมพำบ่นถึงการตาย