หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
17
ยายแก่หนังเหี่ยวร้องขอความคุ้มครองต่อเทพเจ้าออกมาดังๆ
"เจ้าพ่อเจ้าแม่เอ๋ย จะรุกรานไปถึงไหน ตายก็มากแล้ว ผิดสิ่งใดก็ลงโทษไปพอแล้ว ขอกรุณาหยุดแต่เพียงนี้เถิดเจ้าข้า" ยายนั่นแกจะร้องขอโทษใครผมไม่รู้ ผมอยากร้องไห้ท่าเดียว คิดถึงบ้าน ถ้าผมขออยู่เฝ้าบ้านและอาศัยนอนกับน้าสมลูกชายยายอ่องก็ดีไปแล้ว ไม่ควรใจง่ายมากับเขา
"เอ! ทำไมเรือหนักจริงเว้ย!" ทิดน้อยพายหัวเรือร้องบ่น ความจริงน่าฉงนทิดก่องแจวท้ายก็มิได้ละลด รวมทั้งทิดน้อยพายหัวก็ออกแรงกันเต็มที่ แต่เรือเหมือนไม่เขยื้อน พอขาดทำของทิดน้อย ตาเถิ่งจุปากห้ามคล้ายมีอะไรเป็นความลับที่ไม่ควรพูด ผมสงสัยนัก กระซิบถามพี่สอนว่าตาเถิ่ง แกห้ามทิดน้อยทำไม
"ห้ามซิ" พี่สอนกระซิบตอบที่ใกล้หู
"คนตายจะมาวัด พวกที่ป่าช้าจะพากันมารับ หรืออาจจะนั่งมาในเรือเราด้วยเรือจึงหนัก" พอพี่สอนพูดดังนั้นผมสะดุ้งทั้งตัว เหลือบตาไปดูทั่วเรือ มองไปข้างหน้าเห็นวัดไกลๆ อากาศชักจะมัวๆ ผมหูแว่วคล้ายว่าที่วัดมีปี่พาทย์มอญ เสียงตะโพนใหญ่ดังเท่งทึงๆ ลอยมาตามลมเบาๆ ทำให้นึกไปว่ามันเป็นเพลงเชิญศพที่กำลังจะไปถึง และป่านนี้ผู้ตายที่นอนในโลงมิกำลังลืมตาเงี่ยหูฟังอยู่ในโลงกระมัง? ยิ่งคิดไปก็ยิ่งหวาดกลัวสะท้านใจไม่มีสุขเลย
เรือได้เข้าจอดหน้าวัดตรงที่ดินงอกออกมาเป็นหาดในหน้าแล้ง คนในเรือต่างรีบจะขึ้นไปทำกิจการให้แล้วก่อนค่ำ การลุกขึ้นเก้กังกันนี่เองทำให้เรือแทบจะล่ม จึงเอะอะด่าทอกันกลุ้มไป ถ้าเรือล่มจริงๆ ศพจะลงน้ำ จะทำความทุลักทุลีให้อีกโขทีเดียว วัดนี้ผมไม่เคยมา เพิ่งจะเหยียบย่างเป็นครั้งแรก หน้าวัดมีเลนงอกออกมาพ้นตลิ่งมาก แต่ได้แห้งเขินเป็นชายหาดไป ต้นหญ้าขึ้นเขียวดูดังสนามหญ้าน่ารื่นเย็น มองฝั่งตรงข้ามเป็นวัดร้างชื่อวัดโกโรโกโส ทิ้งร้างเหลือแต่หลวงพ่อนั่งตากฝนตากแดดโดย