ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/18

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
18
 

โบสถ์มีแต่ฝาไม่มีหลังคา หลังวัดโกโรโกโสเป็นทุ่งนาโล่ง เราหันหน้าเข้าวัดจะเห็นศาลาการเปรียญใหญ่อยู่ซ้ายมือเรา ศาลานี้อยู่แนวเดียวกับโบสถ์ ที่อยู่ขวามือเรา ส่วนกุฏิพระทั้งหมดอยู่ลึกเลยศาลาและโบสถ์เข้าไป

      เมื่อศพถูกหามขึ้นบกเดินเลาะชายหาดดินไปหน้าศาลาจะสู่ป่าช้า พวกญาติเดินตามร้องไห้ไปอย่างน่าระอาใจ ผมถูกใช้ให้เฝ้าเรือ นึกเหมาะแก่ใจแล้ว ถึงเปล่าเปลี่ยวก็ยังดีกว่าการตามศพเข้าสู่ป่าช้า สุนัขที่ศาลาการเปรียญและลานโบสถ์ได้หอนต้อนรับศพที่หามไป ผมยืนขนลุกไปทั้งตัว พอศพลับมุมศาลาไปแล้วผมจึงทรุดตัวลงนั่งที่เนินหญ้ามองทอดตาไปทั่วๆ คลองนี้ช่างกระไรยังไม่ทันค่ำก็ไม่เห็นมีเรือแพพายผ่านมาบ้างเลย บ้านสองหลังถัดวัดไปทางโน้นเงียบเหงาคล้ายไม่มีคน เป็นอันว่ายามนั้นไม่มีคนเลยในที่ใกล้และไกล มองบนวัดก็มีบรรยากาศทึมของศาลาและไม้ใหญ่
      ความมืดค่อยๆ คลานเข้ามาทุกขณะ ผมเกิดไม่สบายใจขึ้นเป็นลำดับ ชักจะอยู่คนเดียวไม่ได้ ครั้นจะตามเขาไปบ้างก็ห่วงเรือที่เขาให้เฝ้าไว้ ภาวนาขอให้เขารีบทำให้แล้วเร็วๆ จะได้กลับมา มันช่างเงียบน่าหวาดสะดุ้งเหลือประมาณ นอกจากเสียงน้ำไหลกระทบกิ่งไม้แห้งๆ ที่ปักไว้ข้างคลองและพงอ้อพงแขม ต้นไผ่ฝั่งตรงข้ามเบียดกันออดแอด พอเหลียวไปเจอะเรือที่มาก็ใจหายวูบ นั่นคือเรือศพและศพเพิ่งขึ้นไปเมื่อกี้ ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ระฆังวัดก็ดังขึ้น เขาเรียกพระลงบังสุกุล เจ้าสุนัขหกเจ็ดตัวบนลานโบสถ์ก็หอนประสานระฆังขึ้นมา ความรู้สึกของผมซู่ซ่าไปหมด ผู้ใหญ่นะผู้ใหญ่ช่างใจดำทิ้งผมไว้คนเดียวในสภาพเช่นนี้ ฮึ! เป็นไรเป็นกัน ทิ้งเรือละต้องตามไปรวมกับเขาให้ได้
      ผมรีบก้าวเท้าไปทางที่เห็นเขาเดินกันเป็นหมู่เมื่อตอนแรก พอเข้าเขตศาลาใต้ถุนสูง ทั้งบนศาลาก็มืด ใต้ศาลาก็มืด ยืนชะงักอยู่แถวนั้นเอง มองไม่ออกว่าทางไหนเขาไปป่าช้ากัน จะหาเด็กวัดสักคนก็ไม่มี จะตามไป